In the rain #taeten








                                                          ทอส & เตนล์










                                         " Anywhere with you feels right
                                          Anywhere with you feels like
                                                    Paris in the rain "













           เสียงหยดน้ำที่กระทบกับหน้าต่างบานใหญ่ ช่างน่าฟังหากเป็นในวันอื่น ก้อนเมฆครึ้มด้านนอกที่คงอุ้มน้ำมาหลายวัน พาลให้จิตใจของเตนล์ห่อเหี่ยวลงไปใหญ่ ปกติเค้าหยดน้ำน้อยๆที่หล่นมาจากเมฆพวกนั้นมากที่สุด แต่กับวันนี้มันไม่ใช่ แพลนต่างๆที่วางไว้มานานร่วมสัปดาห์ถูกยกเลิกเพราะสภาพอากาศที่ไม่เหมาะกับกิจกรรมกลางแกล้งสักเท่าไหร่ สิ่งที่ทำได้ในอากาศแบบนี้คงมีแค่นอนจมลงไปบนผ้านวมผืนหนาแต่เตนล์จะหลับลงได้ไง ในเมื่อยังเป็นกังวลต่อคนสำคัญกับวันพิเศษ โปรแกรมแชทสีเขียวขึ้นข้อความรายงานสภาพอากาศของอีกฝั่งที่ไม่ได้แตกต่างกัน เห็นทีในวันนี้เตนล์คงทำได้แค่นอนเหงาๆอยู่บ้าน      มันคงจะดีไม่น้อยถ้าได้ซุกตัวในอ้อมกอดแทนผ้าห่ม ไม่ต้องมีอะไรที่พิเศษมีแค่อีกคนอยู่ด้วยก็พอ 
เพราะเท่านี้เตนล์ก็ถือว่ามันพิเศษมากพอแล้ว อ่า ช่างเป็นข้อยกเว้นเสียจริงนะคนคนนี้





        กริ่งหน้าบ้านเตือนว่ามีผู้มาเยือนท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา คิ้วเรียวขมวดมุ่นนึกแปลกใจว่าใครกันจะมาหาในเวลาที่ฝนตกราวกับฟ้ารั่วขนาดนี้ มือเรียวเปิดประตูออกรับแขกผู้มาเยือน ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อนึกไม่ถึงว่าอีกคนจะมาหาตน ผมสีน้ำตาลที่มีหยดน้ำเกาะพราว เสื้อที่ชื้นเป็นวงก็พอเดาได้ว่าคงรีบวิ่งลงรถจากรถแล้วตรงมาที่นี่



" พี่ขอเข้าไปได้หรือยังครับคนดี "

" อ่ะ อื้อ เตนล์ตกใจไม่คิดว่าพี่จะมา "  

รีบเชิญคนพี่เข้ามาในบ้าน เพราะอากาศเริ่มแย่ลงทุกที จัดการหาผ้าซับน้ำบนใบหน้าคม ตอนนี้ใจเหี่ยวๆของเตนล์มันฟูคับอกไปหมดแล้ว ริมฝีปากเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

" ยิ้มอะไรฮึ "

" อ่า ก็แค่คิดว่าวันนี้ต้องนอนเฉาอยู่ที่นี่คนเดียวแล้ว "

มือหนาขยี้ผมนุ่มฟูด้วยความเอ็นดู ถือว่าเค้าคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจฝ่าฝนออกมาหา ก็คนตัวเล็กตรงหน้าน่ะเหมาะกับรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด ขืนปล่อยให้เฉา ใจเค้าคงรู้สึกเหมือนฝนตกตลอดปีเป็นแน่

" แต่ว่าคงออกไปไหนไม่ได้ นอนดูหนังแล้วกันนะครับ "

" อื้อ น้องเตนล์ยังไงก็ได้ครับ ขอแค่มีพี่อยู่ด้วย จะอยู่ที่ไหน ทำอะไร น้องก็โอเคหมดเลย "

" คำพูดหวานๆแบบนี้ มาให้พี่ชิมสิครับว่าปากหวานเหมือนคำพูดมั้ย "

" ไม่เอานะครับ "

เตนล์ยกมือปิดปากตัวเองแล้ววิ่งไปหน้าทีวี ไม่เท่าไหร่ก็จะโดนกินปากอีกแล้ว จริงๆเลยแฟนเค้าคนนี้ จัดการเปิดหนังเรื่องที่ชอบแล้วกวักมือเรียกคนพี่ให้มาหา วันครบรอบปีนี้คงทำได้เพียงแค่นอนกอดกันไปตลอดทั้งวัน

" พี่จ๋ากอดน้องเตนล์หน่อย เร็วๆเลย "

" อ้อนจังเลยนะตัวเล็ก "

ยกยิ้มขึ้นส่ายหัวเบาๆ นับวันเตนล์ยิ่งขี้อ้อน โดยเฉพาะวันพิเศษต่างๆระดับความน่ารักความขี้อ้อนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จะรู้ตัวบ้างมั้ยนะว่าตัวเองน่ะน่ารักน่ารังแกขนาดไหน ตากลมๆแบบนี้น่าแกล้งให้มีน้ำใสๆคลอเป็นที่สุด

" ก็น้องมีความสุข พี่จ๋ารู้มั้ยว่าวันนี้ครบรอบกี่ปี "

" ถ้าพี่ทายถูก มีรางวัลมั้ยครับ "

" อืม รางวัลเป็นกอดน้อยๆของเตนล์ได้มั้ยครับ "

เอียงหัวซุกอกคนตัวสูงช้อนตามองอย่างออดอ้อน คนอะไรยิ่งมองยิ่งหล่อหัวใจเตนล์มันเต้นแรงไปหมด กลัวเหลือเกินว่าอีกคนจะได้ยิน

" ขอเป็นจูบหวานๆแทนได้มั้ยครับ "

" พี่จ๋า!! ก็ได้ครับ เร็วๆตอบมาเลยนะ "

" เด็กดีคนนี้เป็นของพี่ปีนี้ก็ปีที่สี่แล้วครับ ถูกมั้ย "

หัวทุยขยับตอบรับอยู่กับอก แก้มนุ่มที่ยั่วยวนยกขึ้นคงเป็นเพราะว่าคนน้องกำลังยิ้มอยู่ในอ้อมกอดของตน มือหนาเชยคางมนให้แหงนขึ้นรับสัมผัสจากริมฝีปาก บดเบียดแนบแน่นรสจูบแสนหวานและอ่อนโยนหลอกล่อให้เคลิบเคลิ้มจนไม่รู้ตัว มือหนาลากมือเข้าไปได้ร่มผ้าลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มที่เหมือนปากคนน้อง ดื่มด่ำไปกับสัมผัสที่ชวนล่องลอย รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ เสื้อผ้าทุกชิ้นบนร่างกายถูกปลดออก ผิวเนื้อที่แนบกัน เรียกริ้วจางขึ้นบนแก้มนวลขาวชวนให้กดจมูกลงไปหอมสูดดมให้ฉ่ำปอด

" รับของขวัญจากพี่นะครับ "

" อื้อ อ๊ะ พี่ "

ร่างเล็กสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงนิ้วเรียวสะกิดที่หน้าอก ใบหน้าคมซุกไซร้ที่ซอกคอหอมสร้างรอยรักไปทุกส่วนที่ริมฝีปากไล้ผ่าน มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปกอบกุมส่วนน่ารักที่กำลังตั้งชันขึ้น สาวรั้งให้คนน้องได้ครางเล็กน้อย เพราะทนเล้าโลมต่อไม่ไหวที่เคยคิดว่าจะอ่อนโยนกับทำตามสัญชาตญาณของตน ทอสจับเตนล์ให้นั่งบนตักพิงอกบนโซฟาตัวนุ่ม มือใหญ่กอบกุมส่วนแข็งขืนทั้งสองแล้วลูบไล้ด้วยความเร่าร้อน    ยกสะโพกสวยให้ลอยขึ้นจับเจ้าลูกชายที่ขนาดไม่น้อยสอดใส่ในช่องทางจนสุด กระแทกเอวขึ้นหาคนน้อง ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเสียงครางใสออกจากริมฝีปากบางฟังดูเพลิดเพลิน ถ้าได้ยินทุกวันก็คงจะดีไม่น้อย

" อ๊ะ อ๊ะ พะ พี่ "

แรงกระแทกที่ส่งมาจากด้านล่าง ทำให้เสียงที่เปล่งออกมาขาดหายเป็นช่วงๆ อยากจะเอ่ยบอกให้เบาแรงลงแต่คงทำได้ยากยิ่ง มือหนากอบกุมแท่งร้อนของคนน้องจับรูดขึ้นลงตามจังหวะที่ตนเองกระทำ ไม่รู้ว่าเพราะคนตัวน้อยด้านบนนี่น่ารักเกินไปรึเปล่า เค้าถึงไม่เคยหักห้ามใจได้จริงๆซักที แรงตอดรัดที่มากขึ้นเรื่อยๆเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานคนน้องคงถึงฝั่งฝัน น้ำขาวขุ่นพุ่งเปรอะเปื้อนเต็มมือของทอส เสียงหอบครางกับอกเล็กๆที่ขึ้นรอยแดงขยับขึ้นลงตามลมหายใจ กดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อไล้ลงหาแก้มขาวที่ วันนี้มันดูเย้ายวนให้ฝังจมูกลงไปฟัดเสียให้เข็ด

" อื้อ พี่ "

เสียงใสเริ่มประท้วงเมื่อทอสจับตัวเตนล์ให้หันหน้าใช้แขนค้ำยันพนักโซฟาไว้ โดยที่ตนยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง คนตัวเล็กอีกครั้ง กิจกามถูกสานต่อหลังจากปล่อยให้ได้พักเหนื่อย ส่งแรงกระแทกเน้นย้ำเพื่อปลุกปั่นอารมณ์ให้ปะทุขึ้น แขนเรียวสั่นไหวยามที่ส่วนนั้นโดนจุดกระสันของตน รู้สึกได้ถึงลิ้นสากชื้นที่กดจูบลงบนแผ่นหลัง แรงดูดบนเนื้อสัมผัสชวนให้เพลิดเพลิน ในวันพรุ่งนี้ร่างกายของเค้าคงเต็มไปด้วยรอยรักเป็นแน่ แอ่นสะโพกมนรับเมื่อจังหวะเริ่มเร็วขึ้น เสียงครางทุ้มดังขึ้นข้างหู เอี้ยวตัวไปรับรสจูบที่คนพี่ปรนเปรอให้อีกครั้ง ความอุ่นวาบที่แล่นเข้ามาในช่องท้องทำเอาแข็งขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงบนโซฟาอีกครั้ง

" หมดแรงแล้วเหรอคนดี "

" อื้อ น้องไม่ไหวแล้วพี่จ๋า "

เสียงหวานออดอ้อนให้ร่างกายตนได้พักจากกิจกามที่กินเวลามาร่วมชั่วโมง ดวงตาหวานปรือคล้อยจะหลับด้วยควาอ่อนเพลีย หากแต่คนพี่กับไม่ยอมปล่อยให้ได้หลับอย่างใจอยาก สองแขนตวัดอุ้มคนในอ้อมกอดเข้าไปในห้องนอน ร่างกายขาวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อตัดกับเตียงนอนสีดำ ช่างเป็นภาพที่งดงามและแน่นอนว่า นอกจากตนแล้ว จะไม่ยอมให้ใครได้เชยชมเป็นอันขาด จับเรียวขาให้แยกจากกันก่อนจะแทรกตัวตนลงไปในช่องทางอีกครั้ง

" พะ พี่ นะ น้อง ไม่ไหว อื้อ "

" อีกรอบนะครับ อื้ม "

บดเบียดริมฝีปากตนลงดูดดึงให้เจ่อบวม เพราะไม่อยากฟังเสียงประท้วงของเด็กน้อยแก้มใสใต้ร่าง ลิ้นร้อนกวาดไล้ไปทั่วโพรงปากไล่ต้อนจนคนตัวเล็กโอนอ่อน เอวสอบจึงได้เริ่มขยับอีกครั้ง จัวหวะที่นุ่มนวลไม่รุนแรงเหมือนในครั้งแรก ทำให้เตนล์ติดกับดักอันแสนหอมหวานนี้ แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอคนพี่ ดวงตากลมช้อนมองโครงหน้าหล่อเหลา ที่ใครได้มองเป็นต้องตะลึง สันกรามได้รูปที่เห็นเพียงครึ่งหน้าก็พาลใจสั่น แผลเป็นที่หางตาเสริมความหล่อยิ่งขึ้นอีก ผู้ชายคนนี้ช่างเพอร์เฟคไปหมดเสียจริง

" ตรงนั้น อื้อ แรงอีก "

" อ้อนพี่สิครับ "

กดจูบตามแนวสันกรามอย่างออดอ้อน มือเรียวลูบไปบนแผ่งหลังชื้นเหงื่อ แรงกระแทกพุ่งสูงขึ้นจนสะโพกมนลอยขึ้นจนติดหน้าขา เสียงเฉอะแฉะดังกังวานไปทั่วห้องเพราะน้ำรักที่ปล่อยออกมาจนเต็มช่องทาง

" พอแล้วนะครับ น้องไม่ไหวแล้วจริงๆ "

" ไปอาบน้ำกับพี่ก่อนะคนดี แล้วค่อยมานอน "

" แค่อาบน้ำนะครับ "

" ครับ แค่อาบน้ำ "

สองร่างเปลือยเปล่าพากันเข้าไปในห้องน้ำ ชำระคราบเหงื่อและคราบขาวที่เกาะตามขาเรียว ลูบไล้สบู่ให้อย่างรวดเร็ว เพราะคนตัวเล็กแทบจะหลับใต้ฝักบัวอยู่รอมร่อ นิ้วเรียวกวาดเอาน้ำรักของตนออก เพื่อให้คนน้องสบายตัว เสียงครางแผ่วเบาจากปากบาง ทำให้อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ ก้มจูบลงไปเบาๆให้หายอยาก จัดการล้างฟองสบู่ออกให้หมดจากกายขาว ไม่แน่ใจว่าถ้ายังมัวชักช้ากว่านี้จะหยุดตนเองได้หรือไม่ ลำแขนแกร่งอุ้มคนน้องออกไปแต่งตัวด้านนอก ก่อนพาส่งเข้าห้วงนิทรา

" เด็กดีของพี่รักหนูนะครับ "

กระชับวงแขนให้คนน้องได้ซุกอก ในยามที่เม็ดฝนโปรยปรายนี้ ต่อให้จะยาวนานแค่ไหนขอแค่มีอ้อมกอดอุ่นกับสัมผัสที่คุ้นเคยเพียงเท่านั้น เตนล์ก็หลับได้อย่างสบายใจไปอีกคืนแค่มีพี่จ๋าก็พอแล้ว



" I look at you now and I want this forever "




THE END 







แด่ ความรักที่เหมือนหยาดฝนทำให้ชุ่มชื้นไปทั้งใจ   “ long time no see  “








talk ___


อากาศในช่วงนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยฝนจริงๆค่ะ แล้วพอได้ฟังเพลงนี้บวกกับมีโม้เม้นพอดีก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็นเลยค่ะ หากผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะไม่ได้แต่งมานานแล้ว


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ติติงได้ที่ #ฟิคสั้นวันฝนซา  ค่ะ 



29 July March 2018
Byloverain ☔

Sunflower #taeten







                                                          ทาวน์ & เตนล์












แสงสว่างที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา คือสิ่งที่รบกวนการนอนของทาวน์ได้เป็นอย่างดี ที่เคยคิดว่าวันนี้จะตื่นสายๆ กลับต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาควานหาหมอนข้างหอมๆที่กกกอดอยู่ทุกคืน แต่มันกลับว่างเปล่าที่นอนเต็มไปด้วยความเย็นบ่งบอกว่าคนข้างกายคงลุกออกไปนานแล้ว ทาวน์ลุกนั่งขยี้หัวสีแดงเพลิงของตนจนยุ่ง ตัวแสบของเค้าหายไปไหน



ร่างกายที่เพอร์เฟคสวมใส่เพียงบ็อกเซอร์ตัวเดียวปกปิด สะบัดผ้าห่มก้าวลงจากเตียงเดินตรงออกไปจากห้อง เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก ขายาวชะงักเมื่อเห็นคนตัวเล็กอยู่ในครัว แผ่นหลังขาวๆที่มีรอยแดงปะปนอยู่ กิจกรรมเมื่อคืนก็หนักหนาใช่ย่อยแต่คนที่หันหลังให้เค้าอยู่ยังมีแรงลุกมาทำอาหารเช้าได้ แล้วดูสิแต่งตัวแบบนี้คิดจะยั่วกันหรือไง ก้าวขาเข้าไปประชิดแผ่นหลังเล็กจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งตกใจ กระทะในมือที่กำลังทำแพนเค้กให้คนพี่ ตกกระทบเตาแก๊สจนเสียงดัง





“รออีกนิดนะครับ อาหารเช้าจะเสร็จแล้ว”

“คิดอะไรอยู่ถึงได้ใส่แค่ผ้ากันเปื้อนกับบ็อกเซอร์บางๆมายืนทำอาหารในครัวแบบนี้เตนล์”

“อื้อ พี่ทาวน์”



เรียวแขนยาวโอบเอวบางของคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าตั้งใจยั่วเขาหรืออะไร ต้นขาขาวๆกับบั้นท้ายกลมกลึงที่แนบสนิทกับตัวเขาอยู่ตอนนี้กระตุ้นอะไรๆที่มันหลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมา มือแกร่งลูบไล้หน้าอกขาวผ่านเนื้อผ้าบางเบาของผ้ากั้นเปื้อน สะกิดตุ่มไตที่เริ่มแข็งชูชันดันเนื้อผ้าให้นูนขึ้น จูบซับต้นคอขาวสูดดมความหอมของคนตัวเล็กให้ฉ่ำปอด



“ยะ อย่า”

“ปิดแก๊สก่อนสิคะคนดี”


มือเล็กที่สั่นน้อยๆเอื้อมไปปิดแก๊ส ตามคำสั่งคนด้านหลัง สัมผัสแผ่วเบาแถวๆกกหูสร้างความเคลิบเคลิ้มอยู่ไม่น้อย ริมฝีปากบางเผยอครางออกมา เมื่อมือแกร่งเริ่มไล้ลงไปด้านล่าง ปัดป่ายมือให้เฉียดไปโดนจุดกลางลำตัว


“อื้อ”


ร้องครางอย่างขัดใจที่อีกฝ่ายไม่สัมผัสส่วนนั้นตรงๆ เอียงหน้าอ้อนขอรับจูบจากคนด้านหลัง อาการน่ารักน่าขยำนั้น ทำให้ทาวน์อดใจไม่ไหวกดจูบลงมาทันที สอดลิ้นไล่ต้อนลิ้นน้อยๆที่พยายามขยับหนี เกี่ยวกวัดไปทั่วเหมือนหาแหล่งกำเนิดความหวานในโพรงปาก ถอนจูบออกเมื่ออีกฝ่ายเริ่มหายใจหอบถี่ ทาวน์จับเตนล์ให้พลิกตัวเข้าหาตน อุ้มกระเตงให้ขาเล็กๆเกี่ยวเอวตนเองก่อนพาเดินไปที่เคาท์เตอร์วางอาหาร ซึ่งมื้อนี้มันคงอร่อยกว่ามื้อไหนๆ


“พี่ขอรับมื้อเช้าเลยนะคะ”

“อื้อ คะ ครับ”


ทาวน์เอื้อมมือปลดสายผ้ากันเปื้อนด้านหลัง ถอดชิ้นส่วนที่เกะกะออกให้พ้นทาง สองแขนแกร่งคล่อมกักคนตัวเล็กในอ้อมกอด ก้มจูบดูดดึงริมฝีปากสีเชอร์รี่ เลาะลิ้มขบเม้มอย่างแรงจนคนตัวเล็กต้องครางประท้วง ผละออกจากเยลลี่นุ่มนิ่มไล้ลงมาที่ต้นคอขาว สร้างสัญลักษณ์ตีตราความเป็นเจ้าของตามแนวลำคอและไหปลาร้า ขยับตัวลงต่ำเรื่อยๆแวะดูดดุนสองจุกน้อยที่หน้าอกขาว ตวัดลิ้นละเลงทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม เคลื่อนตัวลงมาที่จุดอ่อนไหวกลางลำตัว จับขาเรียวทั้งสองข้างตั้งชันขึ้น จัดการครอบปากลงส่วนหัวขยับขึ้นลงตามความยาว สองมือแกร่งละมาบีบขยำก้นนุ่มขาว ลิ้นร้อนเลียวนปลายกระตุ้นให้เตนล์ปลดปล่อยออกมา

“พะ พี่ทาวน์”

“ว่าไงคะคนดี”

“อื้อ”

ทาวน์ส่งนิ้วตนเองเข้าไปในโพรงปากเจ่อบวม ให้คนน้องใช้ลิ้นร้อนเลียหยอกล้อเล่น พลันในหัวก็อดจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าสิ่งที่อยู่ในปากน้องตอนนี้ไม่ใช่นิ้วตนแต่เป็นอะไรที่กำลังปวดหนึบอยู่ตอนนี้คงจะดีไม่น้อย ไวตามความคิดดึงนิ้วที่ชุ่มน้ำลายออก สองแขนอุ้มคนตัวเล็กให้ลงมานั่งคุกเข่าที่พื้น จับมือเรียวสวยให้ปลดเปลื้องกางเกงตนเองออก ทันทีที่กายเปล่าส่วนปวดทรมานถูกคนน้องจับเข้าปาก ดูดกลืนสิ่งนั้นเข้าไปเพื่อช่วยคนตัวสูงปลดปล่อย มือแกร่งบีบปากคนด้านล่างให้ห่อขึ้นก่อนสาวเอวขยับเค้าออก เสียงประท้วงอื้ออึงดังขึ้นในลำคอ เมื่อบางจังหวะมันถลำลึกเกินไปจนแน่นจุกคับปาก ผ่อนแรงลงเมื่อเห็นว่าคนน้องมีน้ำใสใสที่หางตา ใบหน้าสวยที่มีนำตาคลอเล็กกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงก่อนจะปล่อยน้ำขาวขุ่นล้นทะลักออกมาด้านนอก


“เตนล์ครับคายออกมา”

“อื้อ”


เตนล์อ้าปากคายน้ำรักของทาวน์ออกมา คาบขาวเปรอะเปื้อนริมฝีปาก มือหนาเกลี่ยเช็ดให้จนสะอาด จับคนตัวเล็กลุกขึ้นทาบทับปากลงไปบดเบียดอีกรอบ ลิ้นร้อนควานทั่วโพรงปากคล้ายทำความสะอาดให้อีกครั้ง ถอนจูบออกแล้วพลิกตัวอีกคนให้หันหน้าเข้าเคาท์เตอร์ จัดให้สองแขนเรียวค้ำยันตัวเอาไว้ไม่ให้ราบไปกับแนวโต๊ะ แยกขาขาวๆออกจากกันเล็กน้อย ก่อนจะย่อตัวลงนั่งฝังใบหน้าลงแก้มก้นนุ่ม


“อ๊ะ พี่ อื้อ”


เสียงครางรัญจวนเปล่งออกมากจากริมฝีปากหวาน ยามที่คนเป็นพี่ชำแรกเรียวลิ้นลงไปในช่องทางของตน ความเสียวกระสันก็เข้ามา ร่างกายตอบสนองไปตามธรรมชาติแอ่นโค้งสะโพกขาวขึ้นเพื่อเตรียมรับอะไรที่มอบความสุขให้ตนได้มากกว่าลิ้นร้อนๆนี้ ทาวน์ลุกขึ้นมือสาวความเป็นชายของตน เตรียมความพร้อมให้กับมันก่อนจะกดตัวเองลงไปในช่องทางที่ตอดรัด


“อ่าส์ เด็กดี”


แรงตอดรัดที่มีมากทำให้ไม่อาจกลั้นเสียงคำรามแห่งความสุขไว้ได้ ขยับเอวเข้าออกภายในร่างกายคนน้องอย่างช้าๆ เสียงเนื้อกระทบกันเริ่มดังก้องในห้องครัว ฟังดูคล้ายดนตรีในท่วงทำนองอิโรติค กระแทกความเป็นชายเข้าไปจนสุดเน้นย้ำให้โดนจุดกระสัน จังหวะขยับเริ่มหนักหน่วงขึ้นเมื่อเตนล์ใกล้ถึงจุดหมายสองแขนสั่นจนเหมือนจะค้ำยันตัวเอาไว้ไม่ไหว ขาเรียวขยับอ้าให้กว้างขึ้นสะโพกมนแอ่นรับท่อนเนื้อร้อนเข้ามาเต็มที่


“อ๊า ระ แรงอีก อ๊ะ อ๊ะ อ๊า”

“อื้ม”


สาวเอวกระแทกให้เร็วขึ้น มือแกร่งจับเอวบางไว้มั่นยามต้องการส่งตัวตนเข้าไปในช่องทางร้อนที่ตอบรับ แรงที่ส่งมาโดนจุดกระสันตนเองซ้ำๆทำให้ไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป เตนล์ปลดปล่อยน้ำกามออกมาจนเลอะเคาท์เตอร์ คนด้านหลังที่เห็นว่าเตนล์ปล่อยออกมาแล้ว จึงขยับเร็วขึ้นส่งแรงอัดกระแทกรอบสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยความสุขใส่ภายในร่างกายของคนน้อง หลังจากทาวน์ถอนตัวตนออกไป เตนล์ก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที แข้งขามันอ่อนไม่มีแม้แต่แรงยืนทรงตัว ช้อนตามองอ้อนคนพี่ให้ช่วยอุ้มตนเองไปอาบน้ำ เพราะในตอนนี้เค้าอยากนอนเต็มที


“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไรคะ”

“พาน้องเตนล์ไปอาบน้ำหน่อยได้มั้ยครับ”


ทาวน์นั่งลงกับพื้นตะกรองกอดเอาคนตัวเล็กมาไว้แนบอก ผิวขาวที่ขึ้นรอยแดงจากริมฝีปากตน ส่งมือไปลูบไล้ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำเบาๆกับน้องได้เลย ยิ่งได้สัมผัสยิ่งหลงไหล


“ทำไมน้องเตนล์ถึงอยากให้พี่อาบให้ล่ะคะ”

“อื้ออ ก็น้องเตนล์อาบไม่ไหว นะครับพี่ทาวน์”


เสียงอ่อนหวานที่ออดอ้อนอยู่ตรงอกเรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้ปรากฎขึ้นบนใบหน้าคม เตนล์รู้วิธีเสมอว่าควรทำอย่างไร น้ำเสียงแบบไหนที่จะให้ทาวน์ตามใจตน


“ทำเสียงแบบนี้พี่ขออีกได้มั้ยครับ”

“ตะ แต่ว่าน้องหมดแรงแล้วพี่จ๋า”


ยิ่งเตนล์อ้อนเท่าไหร่ยิ่งส่งผลให้อารมณ์ของทาวน์เริ่มปะทุขึ้นจากที่คิดว่าจะพาน้องไปอาบน้ำแล้วพากันเข้านอน แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันก็ตาม คงต้องล้มเลิกไปเมื่อคนตัวเล็กส่งเสียงออดอ้อนไม่หยุด คำสรรพนามที่เรียกตนเปลี่ยนไปตามระดับการอ้อน พาใจให้สั่นจนอยากแกล้งขัดใจอีกสักนิด เค้าอยากรู้ว่าเตนล์จะใช้วิธีไหนต่อเพื่อให้เค้าตามใจ


“แต่พี่ยังมีแรงเหลือเยอะครับ กินอีกหลายมื้อได้สบาย”

“น้องอยากนอน แด๊ดดี๊ ครับพาน้องนอนนะครับแด๊ดดี๊”

สติขาดหายทันทีที่น้องเรียกแด๊ดดี๊ เค้าไม่ควรขัดใจเตนล์จริงๆปากแดงที่เอื้อนเอ่ยเรียกตนซ้ำๆ เห็นทีสิ่งที่น้องขอคงให้ไม่ได้แล้ว จัดแจงอุ้มคนตัวเล็กขึ้นให้หันหน้าเข้าหาตน ขาเรียวคล้องเอวพี่อย่างรู้งาน ซบแก้มนิ่มลงบนไหล่ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แค่เพียงได้อยู่ในอ้อมกอดนี้ มีคนเป็นพี่อยู่ข้างๆความประหม่าและความกลัวจะหายไปหมดสิ้น



วางร่างบางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลก่อนตามเข้าไปทาบทับ ประกบจูบดูดดื่มอีกรอบ ชิมน้ำหวานในโพรงปากอย่างกระหาย ไม่ว่าจะต้องจูบอีกกี่ครั้งก็ไม่เคยพอ ซอกคอหอมกรุ่นเหมือนอโรมาบำบัดความเครียดชั้นดีสำหรับทาวน์


“พะ พี่ อื้อ พะ พอ ก่อน”

“เรียกแด๊ดดี๊แล้วแทนตัวว่าหนูสิคะ”

“อ๊ะ แด๊ดดี๊ หนูไม่ไหว แด๊ดดี๊จ๋า”


เพราะถูกปลุกปลั่นอย่างแรง อารมณ์หวาบหวามจึงมีมากกว่าที่เคย ร่างกายที่คิดว่าไร้เรี่ยวแรงกลับตอบสนองคนพี่ได้อย่างดี แอ่นอกขึ้นรับริมฝีปากร้อนที่ละเลงเล่นลิ้นไปมา จับมือแกร่งมาลูบไล้แกนกายของตนที่สั่นเทิ้ม


“ทำหนูหน่อย แด๊ดดี๊”

“อ่าส์ เตนล์ แด๊ดดี๊ขอทำแรงๆเลยนะครับ”

“อื้อ ทำหนูทำแรงๆ”


ขยับพลิกตัวเองให้นอนคว่ำ จับหมอนมารองด้านหน้าท้องของตัวเอง แอ่นสะโพกขึ้นส่ายยั่วยวนคนผมแดงด้านบนให้จัดการตนได้แล้ว แรงอัดกระแทกที่เข้ามาทำให้ต้องเบ้หน้าจุก ไม่คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปจะส่งผลให้ทาวน์ขาดสติแบบนี้ เสียงเนื้อที่กระทบอย่างหยาบโลนดังขึ้นเรียกสีแดงให้สูบฉีดไปบนแก้ม ได้แต่คิดในใจ วันนี้แด๊ดดี๊ดุ...


“ดีมากค่ะ แบบนั้น อื้มเตนล์”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ดะ แด๊ด”


เสียงหวานครางขาดหายตามแรงที่คนด้านบนส่งมา ร่างเล็กขยับโยกคลอนจนชื้นเหงื่อ ขาสั่นน้อยๆแทบจะพยุงตัวให้แอ่นสะโพกรับไม่ไหว ขยับขาออกอ้ากว้างยิ่งขึ้นให้อะไรๆเข้ามาได้ถนัด ไม่รู้ว่าคนพี่ไปเอาแรงมาจากไหนทั้งๆที่มื้อเช้าก็ยังไม่ได้กิน เอวสอบที่ขยับเข้าออกอยู่ด้านหลังเริ่มถี่ขึ้น สอดใส่ลึกจนจุกไปทั่วท้องน้อย เพียงไม่นานก็อุ่นวาบขึ้น เมื่อทาวน์ปล่อยเข้ามาในร่างกายตนอีกรอบ ด้านหน้าของเตนล์ก็เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำกามของตนที่เสร็จไปก่อนหน้านั้น คนด้านบนทาบทับลงมาหอบหายใจแรง กิจกรรมเรียกเหงื่อที่ทำกันมาตั้งแต่เมื่อคืนก็ทำให้เพลียมากแล้ว แถมในตอนเช้าก็ไม่ได้หยุดพัก ถ้าไม่อ่อนเพลียเลยก็คงแปลก


“ อื้อ พี่ทาวน์หนักลุกออกไปเลยนะ”

“ก็พี่อยากนอนกอดหนู”

“เตนล์ก็อยากนอนแต่มันเหนอะหนะไปอาบน้ำกันนะครับ”

“ไปค่ะ พี่อุ้มนะ”

“อื้อ”


ทาวน์ช้อนร่างกายขาวขึ้นแล้วอุ้มท่าเจ้าสาวเข้าไปชำระคาบต่างๆในห้องน้ำ ดวงตากวางปรือคล้ายจะหลับเต็มทน จึงต้องเร่งรีบแล้วพากันออกมานอน หลังจากที่จัดแจงเรียบร้อยคนน้องก็ขยับซุกตัวเข้าอกคนพี่หาไออุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยทันที


“รัก น้องรักพี่ทาวน์ กอดพี่ทาวน์อุ่นคุณพระอาทิตย์ของน้องเตนล์”

“ครับ พี่ก็รักเตนล์ ทานตะวันของพี่”

“อื้อ ง่วงจัง”

“งั้นนอนนะครับ พี่สัญญาไม่ว่าหนูจะลืมตามากี่ครั้งหนูจะเจอพี่อยู่เสมอ”

“อื้ม”



จุมพิตหน้าผากมนเพื่อส่งดอกทานตะวันน้อยของตนเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน ดวงอาทิตย์ดวงนี้จะคอยมอบแสงแดดอุ่นๆให้กับคุณทานตะวันเสมอและคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดกาล






THE END :)



แด่ ความรักของคุณพระอาทิตย์ผู้ที่คอยสาดแสงอบอุ่นให้คุณทานตะวันได้สดใสในทุกวัน ไม่ว่าคุณพระอาทิตย์จะไปทางใด คุณทานตะวันจะคอยหันไปมองอยู่เสมอ ..

ความรักของทีวาย ☀️🌻




ขอบคุณผู้ชายที่ชื่อลีแทยงสำหรับการดูแลน้อง เรารับรู้ได้ถึงความใส่ใจของพี่แทยง ขอบคุณมากจริงๆที่คอยอยู่เคียงข้างน้อง รักคุณแทยงจัง 







ฉลองงงงงให้กับ 10 ล้านวิวทีช่วยกันปั่นแบบอดหลับอดนอน == น้องอยากได้อะไรเราจะหาให้ใช่มั้ยคะ 55555 
ฝากติชมแนะนำได้ใน #ฟิคสั้นวันฝนซา 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ผิดพลาดอะไร ภาษายังไม่โอเค ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ในเรื่องต่อไปจะพยายามขัดเกลาให้สวยยิ่งขึ้น




Byloverain ☔️

@15 March 2018

Teach #DoTen


* เตนล์ : เตนล์

คิม : คิมโดยอง *























“ ฮึกกก ฮื่อออ ”

“ เตนล์ร้องไห้ทำไม ”

“ คิม ฮื่อออ ”

“ เป็นอะไรครับไหนบอกคิมหน่อย ”





คิมก้มหน้ามองเตนล์ที่วิ่งมาซุกอกกอดตนเองอยู่ ตาสวยเต็มไปด้วยน้ำตา จมูกรั้นเห่อแดงพร้อมเสียงสะอื้นปนสูดน้ำมูกเป็นระยะ คิมทำได้แค่ปลอบประโลมลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบา หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องเดิมๆหรอกนะ





“ ฮื่ออ ฮึกกก ข้าวทิ้งเตนล์อ่ะ วันนี้นัดเตนล์ไปเพื่อบอกเลิกแล้วทีนี้เตนล์ก็ถามว่าทำไม ข้าวบอกว่าเตนล์ดูแลใครไม่หรอกแถมยังพูดว่าเตนล์ทำสิ่งที่ข้าวต้องการไม่ได้อ่ะ ฟืดดดด”





พูดจบก็สูดน้ำมูกแรงๆไปหนึ่งที ไม่ว่าเตนล์จะมีแฟนมาแล้วกี่คนแต่คบกันไปได้ไม่นานทุกคนก็หาเหตุผลทำนองนี้มาบอกเลิกเค้าเสมอ แรกๆเตนล์คิดว่าเพราะหุ่นตนเองดูบอบบางหรือเปล่าจึงทำให้ดูเหมือนปกป้องใครไม่ได้ แต่พอลองถามความเห็นของคิมก็ตอบแต่เพียงว่า เตนล์ที่เป็นเตนล์ตอนนี้นั้นดีที่สุด





“อ้าวเตนล์ร้องไห้ทำไม”

“ฮื่อออโย ขะข้าวทิ้งเตนล์”

“อีกแล้ว”

“ฮึกกกก”





โยทำได้แต่ส่ายหัวไปมาก็เพราะติดจะงอแงบางทีก็ขี้อ้อนยิ่งกว่าผู้หญิง เค้าจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงโดนทิ้งบ่อยๆพอเงยหน้าสบตาคิมในหัวก็มีความคิดอะไรดีๆออกมา





“โยถามอะไรหน่อยสิเตนล์”

“อะไรเหรอ”

“ตอนคบกันเคยจับมือกันมั้ย”

“เคยสิ”

“แล้วเคยมากกว่าการจับมือมั้ย”





โยก้มถามคนตัวเล็กที่ซุกอกคิมอยู่ จมูกกับแก้มแดงๆที่เกิดจากการร้องไห้ ดูไปดูมาเตนล์ก็น่ารักกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเตนล์ถึงมีผู้ชายเข้าหามากกว่าผู้หญิง





“หอมแก้มกับจูบ โยถามทำไมเหรอ”

“เถอะน่าแล้วส่วนมากใครเริ่มก่อน”

“ถ้าจับมือเตนล์เริ่มก่อนส่วนจูบข้าวทำ”

“งั้นบอกโยได้มั้ยตอนที่จูบกัน เตนล์ทำไง”

“อืม แบบนี้อ่ะ”





พูดจบเตนล์ก็เงยหน้าขึ้นไปจุ๊บปากของคิมเบาๆ เพื่อสาธิตให้โยดูว่าตอนคบกันตนเองกับข้าวแสดงความรักกันแบบไหน ส่วนคิมที่โดนเพื่อนตัวเล็กจู่โจมก็นิ่งไปซักพัก มุมปากยกยิ้มขึ้นเบาๆลูบหัวเตนล์ที่ลืมความเศร้าไปเรียบร้อยแล้ว เพราะให้ความสนใจกับโยมากกว่า





“แบบนี้คือจูบเหรอเตนล์”

“ใช่สิเตนล์เคยเห็นในหนังเค้าก็เอาปากชนกันแบบนี้แหละ”

“แล้วหลังจากนั้นทำอะไรกันต่อ”

“อืม ข้าวเอาลิ้นมาโดนปากเตนล์อ่ะ แต่เตนล์ดันออกก่อน”





เตนล์จำได้ว่าตอนนั้นเค้าขึ้นไปส่งข้าวที่ห้อง ตอนแรกคิดว่าจะไม่ขึ้นไปแต่ข้าวกล่อมให้เตนล์ต้องยอม พอเข้าห้องข้าวก็หันมาจูบเค้าทันที ด้วยความตกใจจึงทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆจนได้สติคือตอนที่ข้าวเอาลิ้นมาโดนปากตนเอง ดันตัวแฟนสาวออกแล้วรีบขอกลับก่อนทันที หลังจากนั้นข้าวก็เปลี่ยนไปไม่ค่อยตอบไลน์หรือโทรไปก็ไม่รับ จนมาวันนี้ที่อีกฝ่ายทักมาก่อนเพื่อบอกเลิกกัน





“ทำไมเตนล์ดันข้าวออกล่ะครับ”

“ก็มัน ... ไม่รู้อ่ะเตนล์ก็ไม่รู้เหมือนกันคิม”





พอได้ฟังรายละเอียดโยก็พอจะเข้าใจถึงสาเหตุที่เพื่อนตัวเล็กโดนบอกเลิกบ่อย ในเมื่อผู้หญิงทำขนาดนี้แต่เตนล์กลับหนีออกมาซะอย่างนั้น นี่ถ้าเป็นเค้าหรือไอ้คิมผู้หญิงคนนั้นคงไม่รอด





“เตนล์ฟังโยนะ โยคิดวิธีที่สาวๆที่ไม่ทิ้งเตนล์ออกแล้วล่ะ”

“เตนล์ต้องทำไง”

“ให้ไอ้คิมสอนไง เตนล์ก็รู้ใช่มั้ยตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมามันไม่เคยโดนสาวบอกเลิกเลยมีแต่มาตามตื๊อมันอ่ะ”

“จริงด้วย คิมสอนเตนล์นะ”





เงยหน้ามองคนที่กอดตัวเองอยู่ตาแป๋วถ้าเป็นคิมสอนสาวๆจะไม่ทิ้งเตนล์อีก คิมทั้งหล่อแล้วก็นิสัยดีอย่างที่โยบอกตั้งแต่ที่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นคิมโดนสาวทิ้งกลับกันมีแต่คิมที่ทิ้งสาวๆ





“เอ่อ เรื่องแบบนี้มัน”

“คิมไม่รักเตนล์เหรอครับ”





ช้อนตามองเพื่อนสูงเอาหัวคลอเคลียเหมือนแมวอ้อนเจ้าของ เตนล์มักทำอย่างนี้เสมอเวลาที่คิมเริ่มขัดใจเค้ารู้ว่าถ้าอ้อนแบบนี้คิมไม่มีทางปฏิเสธไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม





“ไม่ใช่แบบนั้นแต่ว่าคิมไม่รู้จะสอนอะไร”

“มึงก็สอนวิธีวางตัวตอนอยู่กับแฟนไง”

“ไอ้โยหุบปากไปมึงอ่ะ”

“เอาแบบที่โยพูด คิมสอนเตนล์นะๆๆๆๆ”





คิมได้แต่ถอนหายใจเรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วเพราะไอ้เพื่อนตัวดี ที่คิดอะไรไม่เข้าท่า ที่ผ่านมาพยายามหักห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้เตนล์จนเกินเพราะเค้าไม่รู้ว่าจะหักห้ามใจตัวเองได้รึเปล่า แล้วเพื่อนตัวเล็กในอ้อมกอดนี่ก็น่ารักไม่หยอก





“ตกลงครับคิมจะสอนแต่เป็นวันหลังนะ”

“เตนล์รู้อยู่แล้วว่าคิมใจดีกับเตนล์ที่สุด ขอบคุณนะ”





พูดจบก็ยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มเพื่อนเป็นการให้รางวัล เตนล์ชอบเวลาที่คิมตามใจมากที่สุดส่วนคิมที่โดนเตนล์ขโมยหอมแก้มไป ทำได้เพียงแต่ยิ้มบางๆก็เพราะทำตัวน่ารักแบบนี้ไงถึงได้กลัวใจตัวเอง





“แล้วรางวัลโยล่ะเตนล์”

“มากไปละมึงอ่ะ เตนล์ไม่ต้องหอมมันนะ”

“อื้อ เตนล์ไม่หอมโยหรอกเตนล์เชื่อฟังคิม”





พูดจบเตนล์ก็ลุกไปจุ้บแก้มโยก่อนจะหันมายิ้มตาปิด โยนั่งนิ่งแล้วปล่อยขำออกมาได้แต่แอบสะใจอยากห้ามเตนล์ดีนัก ก็รู้ว่าเตนล์น่ะซื่อแต่ก็ไม่ได้คิดว่าเพื่อนตัวน้อยจะซื่อขนาดนี้





“อ่า ปากเตนล์ก็นุ่มดีนะ”

“หุบปากไป”

“อย่าทะเลาะกันสิเตนล์ไปเรียนก่อนนะ บาย”





เตนล์โบกมือให้เพื่อนทั้งสองคน แล้วเดินออกไปเพื่อเรียนวิชาคาบบ่ายลืมความเศร้าในใจไปจนหมด เพราะคิดว่าต่อจากนี้ตนเองคงไม่ต้องเสียใจอีกเพราะสาวๆบอกเลิกอีกแล้ว





“หน้าบูดเป็นกระต่ายโดนแย่งแครอทเลยว่ะ”

“จะขำไรหนัก มึงคิดจะให้กูทำไรกันแน่โย”





เอ่ยถามเพื่อนตรงหน้าที่เห็นแล้วได้แต่หมั่นไส้ เค้าอุตส่าห์พูดดักไม่ให้เตนล์หอมแก้มมันแต่คนตัวเล็กกลับทำอะไรเกินคาด เพราะแบบนี้จึงไม่อยากให้ไปไหนทำอะไรคนเดียว





“ก็ไม่รู้สิวะ อยากทำอะไรก็ทำตามใจซักที กูไปละ”

“เออจะไปไหนก็ไป กูจะรอรับเตนล์อยู่แถวนี้แหละ”

“ดูแลดียิ่งกว่าเมีย ขอให้ได้ให้โดนไวๆนะครับเพื่อนคิม”





โยพูดจบก็เดินออกไปทันที ที่เค้าทำแบบนี้ก็แค่ต้องการให้ไอ้เพื่อนคนปากแข็งได้ทำอะไรตามใจตนเองซักทีทั้งที่มันแอบมองเตนล์มานานแต่เพราะกลัวอะไรๆจะไม่เหมือนเดิม ทำให้มันไม่กล้าพูดเวลาที่เห็นเตนล์มีแฟน ทำไมเค้าจะดูไม่ออกว่ามันก็เจ็บ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองคนจะได้ลงเอยกันซักที





















หลังจากวันนั้นที่คิมรับปากจะสอน เตนล์ก็ไม่เห็นว่าคิมจะสอนอะไรแบบจริงจังซักทีมีแต่ชวนไปกินข้าว ดูหนัง บางวันก็หาของหวานกิน พอเค้าเริ่มถามว่าเมื่อไหร่จะสอนจีบสาวเพื่อนตัวสูงก็มักจะตอบว่า กำลังสอนเตนล์อยู่แต่ไอ้การพามาเลี้ยงแบบนี้มันสอนตรงไหนอันนี้เตนล์ก็ทำได้





“คิมเมื่อไหร่จะสอนอย่างอื่นอ่ะ”

“อย่าใจร้อนสิครับ ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะ”

“แต่เตนล์ไม่อยากเรียนแบบนี้แล้ว”

“แล้วอยากเรียนแบบไหนครับ”





คิมลูบหัวของเพื่อนตัวเล็กเบาๆ นับวันเตนล์ยิ่งขยันอ้อนไม่รู้ตัว อย่างเช่นวันนี้อยู่ๆก็มาหาเค้าถึงห้องซื้ออาหารเช้ามาให้ทั้งๆที่เตนล์ไม่ใช่คนตื่นเช้า





“ก็อะไรที่เตนล์ยังไม่เก่งล่ะ”

“อืม งั้นก็ต้องทดสอบดูก่อน”





เชยคางเตนล์ขึ้นให้สบตาของตน ขยับใบหน้าเข้าหาคนด้านข้างช้าๆแววตาสดใสปากเล็กน่ารักกว่าผู้หญิงบางคน พอได้มองใกล้ๆแล้วเหมือนกับว่ามันน่าเชิญชวนให้ลิ้มลอง สัมผัสเพียงบางเบาให้ริมฝีปากได้คุ้นชิ้นกันดูดดึงเล็กน้อยย้ำให้เตนล์รู้สึกตัว ปากสวยเผยออกให้คิมได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปทักทายด้านในยิ่งขยับยิ่งร้อนแรงยิ่งได้ชิมยิ่งติดใจ





“อื้ม”

“ทำตามคิมสิเตนล์”





กระซิบสอนอีกคนก่อนบดเบียดริมฝีปากเข้าหาอีกครั้ง เตนล์ทำตามคิมอย่างว่าง่ายส่งเรียวลิ้นของตนเข้าหยอกล้อกับลิ้นร้อนของอีกฝ่าย ขยับกวาดลิ้นไปตามแนวฟันเกี่ยวกวัดสัมผัสกันไปมา คิมดันตัวเตนล์ราบไปกับโซฟาเสียงครางที่อยู่ใต้ร่างกระตุ้นความต้องการของคิมได้อย่างมาก ไม่รอช้าส่งมือเข้าไปลูบไล้ผิวนุ่มบีบเค้นเอวบางกระตุ้นอารมณ์ น้ำใสเลอะตามมุมปากลิ้นร้อนก็ตามไปเช็ดให้อย่างทะนุถนอม ไล้ปากวนมาที่ปรางแก้มหอมดอมดมให้เต็มปอดแล้วกดจูบหนักๆ ซอกคอขาวที่ยั่วยวนสายตาน่าสร้างรอย ทำให้สติของคิมเริ่มหมดไปเค้าซุกไซร้หาความหอมจากเรือนร่างของเตนล์ ดูดเม้มให้ขึ้นรอยจางๆแล้วใช้ลิ้นเลียซับเหมือนปลอบประโลมให้หายเจ็บ





“อื้อ คิม...เตนล์เจ็บ”





เสียงของเตนล์ช่วยดึงสติคิมกลับมา ผละออกจากความหอมตรงหน้าจัดการจับเตนล์ลุกขึ้นนั่งแล้วจัดเสื้อให้เรียบร้อยยิ่งเห็นรอยจางๆที่คอขาว มันยิ่งย้ำว่าเกือบจะเกินเลยเพราะความไม่ยับยั้งของตนเอง





“เมื่อกี๊ก็เป็นการสอนใช่มั้ย แต่ว่ามันเจ็บจัง”

“อื้ม เตนล์จำได้มั้ย”

“คิดว่าได้นะ”





เตนล์เอามือลูบต้นคอตนเองไปมาที่คิมสอนเค้า มันรู้สึกเจ็บแต่ก็มีอาการบางอย่างเข้ามา ในใจลึกๆ มันบอกกับเตนล์ว่า ‘เสียดาย’ แม้จะยังหาต้นเหตุของความรู้สึกนี้ไม่ได้ ว่ามาจากไหนแต่คิดว่าต้องเป็นเพราะการสอนของคิม





“คิมเหงื่อออกอ่ะ ร้อนเหรอ”

“เอ่อ ก็นิดนึง”

“เตนล์เร่งแอร์ให้นะ”

“ไม่เป็นไรครับ แต่คิมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”





พูดจบคนตัวสูงก็รีบร้อนลุกออกไป เตนล์มองตามแผ่นหวังกว้างเดินหายไปในห้องนอนตั้งใจจะลุกตามไปดูเพราะคิดว่าเพื่อนอาจไม่สบาย แต่อาการตึงๆที่ส่วนล่างของตนทำให้ไม่กล้าลุกออกไป เตนล์เป็นผู้ชายและเข้าใจดีว่าอาการเช่นนี้คืออะไร เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะบอกกับคิมดีมั้ย   เดินตามไปที่ห้องนอน ฃมือเรียวที่กำลังจะเคาะประตูต้องชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกขื่อของตนเองดังมาจากในห้อง





“ตะ...เตนล์ อื้มเด็กดี”





หน้าร้อนวูบเมื่อได้ฟังชัดๆ ความเก้อเขินที่เกิดขึ้นทำให้ไม่กล้าส่งเสียงออกไป เตนล์ถอยหลังออกมายิ่งได้เห็นในกระจกว่าแก้มสองข้างของตนขึ้นสีขนาดไหน ยิ่งทำตัวไม่ถูกกลัวเหลือเกินว่าพอเพื่อนตัวสูงออกมาจะเผลอทำหน้าแบบไหนออกไป คิดได้ดังนั้น เตนล์จึงเก็บของแล้วเดินกลับห้องของตนเอง เค้ายังมีเวลาให้คิมสอนอีกนานแต่ตอนนี้ควรกลับไปจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้คงที่ก่อนที่จะดีกว่า



























“เตนล์ครับ เมื่อวานทำไมกลับห้องไม่บอกคิมเลย”





คิมเดินมานั่งข้างเตนล์ที่โต๊ะประจำของเราทั้งสองคน ตั้งแต่วันนั้นพอเค้าออกมาจากห้องนอนก็ไม่เจอคนตัวเล็กแล้ว มีแต่โน๊ตที่เขียนบอกว่า จะกลับห้อง พอตอนเย็นชวนไปกินข้าวเวลาพูดคุยกันก็เอาแต่หลบตาบางครั้งก็หน้าแดง ตอนแรกคิดว่าเตนล์อาจจะอายเรื่องที่จูบเมื่อวาน แต่พอลองเอ่ยถึงเรื่องนั้นเตนล์ก็ทำตัวปกติ





“เอ่อ คือว่าเตนล์...เตนล์ปวดท้องอ่ะเลยรีบกลับ”

“อ๋อ คิมก็นึกว่าเป็นอะไร วันนี้ตอนเย็นไปห้องคิมนะครับ”

“ไปทำไมเหรอ”

“ก็ไปเรียนต่อไงครับ วันนี้จะสอนต่อนะ เด็กดี”





พอได้ยินคำว่า ‘เด็กดี’ เสียงที่ได้ยินเมื่อวานก็พลันเข้ามาในหัวพวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมองเตนล์ก้มหน้าลงซ่อนแก้ม ร้อนๆของตนเองไม่ต้องมีกระจกก็รู้ว่าแก้มนั้นแดงแค่ไหน





“เตนล์ไม่สบายเหรอหน้าแดงๆ”

“เปล่า เตนล์สบายดี”

“เงยหน้ามาสบตาคิมครับ”





มือแกร่งเชยคางขึ้นให้เตนล์มาสบตากับตน ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าเมื่อวานเตนล์ต้องได้ยินชื่อตัวเองอย่างแน่นอน เพราะเค้าตั้งใจส่งสัญญาณเตือนลูกแกะตัวน้อยที่น่ากินตัวนี้ให้รู้สักทีว่า หมาป่าที่จำศีลมานาน มันตื่นขึ้นมาแล้ว





“คือว่า เอ่อ”

“อะไรครับ”

“วะ วันนี้จะเรียนเรื่องอะไรเหรอ”

“ไปหาคิมที่ห้องเดี๋ยวก็รู้ครับ”

“บอกก่อนได้มั้ย”

“ไม่ครับและตอนนี้เราต้องไปเรียนแล้วนะ”





พูดจบคิมก็จับมือเตนล์ให้ลุกขึ้น ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมามีบ้างที่ถึงเนื้อถึงตัวกันบ่อยแต่ว่าครั้งนี้มันแปลกไปสำหรับเตนล์ หัวใจที่จู่ๆก็เต้นรัวเพียงเพราะแค่เพื่อนตัวสูงจับมือ เตนล์ว่าเตนล์แย่แล้ว













“โยๆๆๆมากับเตนล์หน่อย”

“ว่าไงเตนล์ ทำไมต้องหลบๆซ่อนๆด้วย”





โยมองเพื่อนตัวเล็กที่จูงมือเค้าเดินออกมาในที่ลับตาคนด้วยท่าทางร้อนรน หันหลังกลับไปมองเพื่อนอีกคนก็ได้แต่ยืนทำหน้ากระต่ายงง ไม่เดินตามมาอย่างเคย





“ตรงนี้ก็พอมั้งเตนล์ แล้วมีอะไร”

“ก็ได้คือว่าเตนล์มีเรื่องจะปรึกษา”

“เรื่อง??”

“เรื่องคิมอ่ะ เตนล์ว่ามันมีอะไรแปลกๆ”





เตนล์มองโยที่ทำหน้างง คิ้มเข้มขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจที่เตนล์จะสื่อ อย่าว่าแต่โยจะงงเลยเค้าเองก็ยังเรียบเรียงไม่ค่อยถูกนัก มีเพียงแต่ความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่ามันแปลกไป





“อะไรแปลก”

“เตนล์นี่แหละที่แปลก คือว่าเมื่อวานคิมเริ่มสอนเแล้วแต่ว่าหลังจากสอนจบเตนล์ก็รู้สึกแปลกๆอ่ะโย”

“รู้สึกยังไงอ่ะ”

“เตนล์อธิบายไม่ถูกแค่รู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม เนี่ยอย่างตอนจับมือใช่มั้ย ใจเต้นแรงมากเลยแต่กับโยไม่เป็นนะ”





พูดพร้อมกับจับมือโยไปด้วย ความรู้สึกมันแตกต่างกับคิมเตนล์ไม่ได้รู้สึกแก้มร้อนและใจเต้นหรือเรียกได้ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ





“แล้วเมื่อวานมันสอนอะไร”

“อืม จูบกับทำรอยที่คอ นี่โยดูดิยังมีรอยแดงๆอยู่เลย”





เปิดคอเสื้อออกเล็กน้อยให้โยได้เห็น รอยแดงที่เริ่มจางออกบ้างแล้วแต่ถ้าดูใกล้ๆก็พอสังเกตุได้ โยยกยิ้มขึ้นมุมปากพอได้โอกาสจู่โจมเพื่อนหน้ากระต่ายของเค้าก็รุกแรงเหมืออนกันทำให้แกะตัวน้อยหวั่นไหวได้รวดเร็วจริงๆ





“ทำอะไรกันครับ เตนล์เปิดเสื้อทำไม”





คิมที่ยืนดูอยู่นานเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเตนล์ปลดกระดุมเสื้อแล้วให้โยก้มไปดูแค่เห็นก็รู้สึกหงุดหงิดจนยืนรอไม่ไหวต้องเดินมาตามเพื่อแยกทั้งสองคนออกจากกันซักที





“หวงอ่อวะ แต่ก็นะขาวจริงๆว่ะ”

“ไอ้โย หุบปากไป”

“อ่ะมีหงุดหงิด”

“เตนล์ครับกลับกันเถอะ เย็นนี้เรามีนัดกันนะ”

“แต่ว่าเตนล์ยังคุยกับโยไม่เสร็จเลย”





เตนล์มองโยอย่างขอความช่วยเหลือเค้ายังไม่ได้คำแนะนำจากโยเลย จู่ๆคิมก็เดินเข้ามาทำให้ไม่กล้าพูดต่อ





“ค่อยคุยต่อก็ได้นี่ครับ”

“แต่ว่า”

“คืนนี้ค่อยคุยกันก็ได้เตนล์ รีบกลับเหอะกระต่ายจะกินหัวละ”





โยรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคิมเริ่มหงุดหงิด ความจริงเค้าอยากจะกวนต่ออีกหน่อยนานๆจะเห็นหลุดฟอร์มแต่พอเตนล์ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็แกล้งต่อไม่ลง





“ก็ได้ เตนล์ไปก่อนนะโย บาย”

“อื้ม เรียนเสร็จแล้วก็ทักโยมานะ กูไปละนะสอนเตนล์ดีๆนะมึง”





พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้คิมกับเตนล์อยู่ด้วยกันต่ออยากรู้เหมือนกันว่าบทเรียนต่อไปมันจะสอนอะไรเตนล์ คืนนี้คงมีอะไรสนุกๆแน่







“ไปครับหาอะไรกินแล้วไปห้องคิม”

“คิม วันนี้ไม่เรียนได้มั้ย”

“หืม ทำไมล่ะครับ”

“เตนล์ เอ่อ ไม่พร้อม”





เตนล์หลบสายตาเพื่อนตัวสูงที่ยืนจ้องหน้าตนอยู่ ไม่แน่ใจว่าคิมจะเชื่อคำโกหกนี้มั้ยแต่วันนี้เค้าไม่พร้อมจริงๆที่คุยกับโย ก็ยังไม่ทันได้เรื่องคนตรงหน้าก็เข้ามาจัดจังหวะ จนกว่าจะจัดการกับความรู้สึกนี้ได้จึงไม่อยากอยู่กับคิมสองต่อสอง





“แต่วันนี้บทเรียนพิเศษเลยนะ”

“พิเศษยังไงเหรอ”

“ต้องไปกับคิมนะถึงจะรู้”

“แต่ว่า..”

“นะครับ จะได้เรียนจบไวๆไง”

“ก็ได้ ไปกันเถอะ”





คิมมองตามคนตัวเล็กที่เดินออกไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่งแต้มบนใบหน้าถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้เตนล์ต้องกำลังหวั่นไหวกับสัมผัสครั้งก่อน ในตอนนี้คือโอกาสเหมาะที่จะทำให้เตนล์เสพติดสัมผัสของตน

























หลังจากหาอะไรอร่อยๆใส่ท้องไปเยอะ ความกังวลของเตนล์ก็เหมือนจะหายไปลืมเรื่องอาการของตนไปเสียสนิท นั่งรอได้ไม่นานคิมก็เดินออกมาหาเตนล์ที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เตนล์ที่กำลังตื่นเต้นกับบทเรียนครั้งต่อไปจึงไม่ได้สังเกตุว่าเพื่อนของตนเปลี่ยนไปใส่บ็อกเซอร์แล้ว





“วันนี้จะสอนอะไรเหรอคิม”

“สอนทำให้คนรักของเรามีความสุขครับ”

“แล้วคิมไม่เริ่มทำให้ดูก่อนเหรอ”

“ไม่ครับ วันนี้เตนล์จะเป็นคนทำเองทั้งหมด ส่วนคิมจะคอยบอกเตนล์เอง”





ลูบหัวเพื่อนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู เตนล์ที่น่ารักในสายตาของเขาอยู่เสมอทั้งดูบอบบางน่าปกป้องและน่าทำลายไปพร้อมๆกัน





“แต่เตนล์กลัวทำไม่ได้”

“ทำได้สิครับ เด็กดี”

“งะ ... งั้นเริ่มเลยมั้ย”

“ครับ จูบคิมสิครับแบบที่คิมทำเมื่อวาน”





เอ่ยสั่งเตนล์ที่นั่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างตัว พวงแก้มนิ่มขึ้นริ้วสีแดงบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงเขินอายไม่น้อยที่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน



“ทำสิครับ”



เตนล์รวบรวมความกล้า สูดลมหายใจลึกก่อนจะลุกขึ้นมานั่งคล่อมตักคิม จับใบหน้าของคุณครูเฉพาะกิจให้อยู่ในระดับหน้าของตนก่อนจะก้มไปทาบทับริมฝีปากเข้าด้วยกัน มอบสัมผัสที่ดูไร้เดียงสา น่าทะนุถนอมเข้าหาปากบางไล่วนงับริมฝีปากหนาอย่างเก้อเขิน พยายามใช้ลิ้นเปิดปากอีกคนที่แกล้งไม่ให้เตนล์ได้เข้าไปง่ายๆ





“อื้อ เปิดปากสิคิม”





เพราะคิมมัวแต่แกล้ง จนต้องหยุดมาดุให้ปากหนานั้นเปิดออกเพื่อให้ตนได้นำลิ้นเล็กๆเข้าไป จูบบดเบียดเข้าไปอีกครั้ง ดูดดึงขบเล็กน้อยให้อีกคนเลิกแกล้งตนเสียที ริมฝีปากคุณครูเปิดออกรับลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวนำทางอีกคนให้เข้าหา นักเรียนตัวน้อยที่เรียนรู้ไวใช้ลิ้นเล็กกวาดไปตามโพรงปากเหมือนเด็กน้อยหาขนมหยอกล้อดูดลิ้นคนด้านล่างแรงๆ ผละปากออกแล้วก้มซุกไซร้ลำคอแกร่งแทน แกล้งฝังเขียวลงไปจนคิมสะดุ้ง





“อื้ม ทำรอยสิครับ”





ปากเล็กขบเม้มลาดไหล่แต่เพราะยังด้อยประสบการณ์รอยจึงไม่ชัดอย่างที่คิมต้องการ เตนล์ดันตัวลงมานั่งอยู่ระหว่างขายาว ใช้มือลูบวนส่วนล่างของคิมช้าๆปลดกระดุมทีละเม็ดจนเห็นชั้นในที่เด่นชัดขึ้น ช้อนตามองขอคำสอนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป คิมอมยิ้มน้อยๆความไร้เดียงสาของเตนล์กำลังจะทำให้เค้าคลั่ง





“เตนล์ต้องทำไงต่อ”

“ถอดกางเกงคิมออกให้หมดสิครับแล้วเล่นกับมัน”





มือบางดึงกางเกงของคิมลงจนไปกองอยู่ที่พื้น ‘มัน’ที่คิมบอกก็ปรากฎสู่สายตาเตนล์ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ความรู้สึกแปลกใหม่เริ่มเข้ามา ยิ่งได้เสียงพึงพอใจยิ่งรู้สึกดี





“อ่าส์~~แบบนั้นครับ ขยับขึ้นลงอีก”





จับมือเตนล์ให้ทำตามจังหวะของตน มือนุ่มนิ่มให้ความรู้สึกดีกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ที่ผ่านมายอมรับว่าแอบชอบเตนล์อยู่ไม่น้อย แต่ไม่เคยคิดใันว่าจะมีวันที่ได้ทำอะไรแบบนี้กับเตนล์ ยิ่งมือบางรูดเร็วเท่าไหร่ยิ่งโลภอยากให้สัมผัสตัวตนของเค้ามากกว่านี้





“เตนล์ครับ กินมันสิ”

“ตะ...แต่ เตนล์ทำไม่เป็น”

“คิดว่ามันคือไอติมสิครับ ลองหน่อยนะคนเก่ง”





เตนล์อ้าปากออกนำพาไอติมร้อนเข้าปาก ลิ้นเล็กๆเลียวนส่วนหัว จินตนาการถึงไอติมรสนมที่ตนชอบกินบ่อยๆ ดูดดุนตามแท่งก่อนวกมาขบกัดให้คิมสะดุ้งเล่น ดูดเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย กระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นส่วนหัวของไอติมจึงมีน้ำข้นขาวปริ่มเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อย คิมกดหัวของตนเองไว้บังคับให้ใช้ลิ้นเล็กนั้นเลียอีกครั้ง





“ดี...ดีมากครับ”





เอ่ยชมลูกศิษย์ตัวน้อยให้มีกำลังใจมากขึ้น เตนล์ที่ได้คำชมก็ยิ่งฮึกเหิม ดูดเม้มแรงๆจนแก้มยุ้ยทั้งสองข้างตอบจนเห็นได้ชัด คิมที่สุขสมก็ปล่อยน้ำคาวขุ่นทะลักเต็มปากเล็กก่อนจะแบมือออกให้เตนล์คายออกมา จัดการกับคาบขาวให้หมดจดลุกแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วจึงอุ้มเพื่อนตัวเล็กของตนขึ้นมาตะกรองกอดแนบอก





“เก่งมากเลยครับ วันนี้เตนล์ทำได้ดีมาก”

“แล้วคิมชอบมั้ย”

“ที่สุดเลยครับ เตนล์ของคิมน่ารักจริงๆ”

“คิมทำไมต้องชมว่าน่ารักด้วย”

“ก็เตนล์น่ารักมากจนอยากฟัดไปทั้งตัว”





ก้มลงหอมแก้มแดงไปฟอดใหญ่ ยิ่งเห็นอีกคนเขินมันก็ทำให้คิมหมั่นเขี้ยว ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่แก้มหอมๆนี้คงช้ำเป็นแน่





“อีกแล้วนะ !!! ปล่อยเตนล์เลยจะกลับห้องแล้ว”

“ไม่ให้กลับคืนนี้ต้องนอนกับคิม”

“ได้ไงเรียนพอแล้วนะ”

“อ้าวว่าจะสอนอีกบทนึงนะเนี่ย”

“แต่เตนล์เหนื่อยอ่ะคิม”





ซุกอกอ้อนอย่างที่เคยทำเวลาที่ถูกคิมขัดใจ ทุกครั้งมันได้ผลและครั้งนี้เตนล์ก็คิดว่ามันคงสำเร็จแต่ก็ผิดคาดเมื่อคิมส่ายหัวเบาๆแล้วอุ้มตนเข้าไปในห้องนอน





“เตนล์บอกว่าจะกลับห้อง”

“ห้องที่เตนล์จะไปได้คือห้องนอนคิมครับ”

“คนขี้โกง!!!”

“เลิกทำหน้าบูดแล้วมานอนได้แล้วครับคนเก่ง”





เสียงหัวเราะจากคนที่กำลังกอดตนอยู่ ทำให้เตนล์หมั่นไส้จึงเผลอทุบไปที่ต้นแขนด้วยความโมโห ทำไมคิมชอบบังคับนักนะแต่ว่าเตนล์ก็ไม่เคยฝืนมันได้เลย จัดที่ทางการนอนของตัวเองให้เข้าที่ในเมื่อหนีไม่ได้แล้วก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย





“นอนก็ได้”

“กอดนะ ฝันดีนะครับตัวดื้อ”

“อื้อ ฝันดีนะคิม”





ขยับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอุ่น หัวใจกลับมาพองฟูอีกครั้งด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนของอีกคน เตนล์ว่าเค้าพอจะรู้แล้วส่าตนเองเป็นอะไร..









หลังจากวันที่ตื่นมาในอ้อมกอดของคิม เตนล์ก็สรุปอาการตนเองได้ว่า ‘เค้าชอบคิม’ เข้าให้แล้วยิ่งได้ปรึกษากับยูก็ยิ่งชัดเจน พอได้ทบทวนถึงหลายๆอย่างที่ผ่านมาไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์คิมจะคอยอยู่ข้างเตนล์เสมอ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ต้องเห็นคิมเป็นอันดับแรก ลองนึกย้อนกลับไปที่เคยถามคิมว่าทำไมยังไม่มีแฟน ตอนนั้นคิมตอบแค่เพียงว่า ‘มีเตนล์คนเดียว’ ก็พอแล้วตอนที่ได้ยินยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ว่าในตอนนี้เตนล์พอจะรู้ถึงสิ่งที่คิมต้องการจะบอกแล้ว มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเพื่อนตัวสูงทันทีที่สรุปชัดเจนกับความรู้สึกของตน ถ้าเตนล์จะพูดออกไปก่อนก็คงไม่เป็นไร ถึงแม้จะไม่ค่อยมั่นใจว่าคิมจะรู้สึกแบบเดียวกันมั้ยก็ตาม





‘คิม วันนี้มาสอนที่ห้องเตนล์ได้มั้ย?’

‘คือว่ามีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ แล้วเจอกันนะ’





ตกเย็นเตนล์เข้าครัวทำอาหารง่ายๆสำหรับตัวเองและคิม ปกติคิมจะคอยพาไปกินข้าวหรือไม่ก็ทำให้เตนล์กินวันนี้เค้าจึงอยากทำให้มันพิเศษสำหรับเรื่องราวดีๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต







‘สองทุ่ม’ เตนล์นั่งมองเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อยๆอย่างเฝ้ารอ ตั้งแต่เย็นคิมยังไม่ตอบข้อความหรือแม้แต่เปิดอ่าน ความกังวลเริ่มเกิดขึ้นในใจคิมไม่เคยไม่รับสายหรือไม่ตอบข้อความของตนตัดสินใจออกไปลงไปหาที่ห้อง เพราะกลัวเพื่อนคนพิเศษจะเป็นอะไร เคาะประตูอยู่นานแต่ไร้เสียงตอบกลับมาความกังวลเพิ่มมากทุกทีมือบางลองหมุนลูกบิดประตูแต่ก็ต้องแปลกใจว่าไม่ได้ล็อคอย่างที่ควรจะเป็น เปิดประตูห้องด้วยความรีบร้อนเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินี้ทำให้เตนล์ยิ่งกังวล





“คิมทำไมไม่....ล็อคห้อง”





ปลายประโยคแผ่วเบาเพราะช็อคกับสิ่งที่เห็น ภาพของผู้หญิงเนื้อตัวเปลือยเปล่ากำลังคล่อมทับเพื่อนของตนอยู่ สองสิ่งมีชีวิตที่ทำกิจกรรมกันอยู่บนโซฟากลางห้องที่เคยสอนเตนล์หยุดชะงักลงด้วยความตกใจ สีหน้าคิมที่ตกใจจนเผลอผลักหญิงสาวออกลุกเอาเสื้อมาปิดก่อนที่เตนล์จะเห็นอะไรไปมากกว่านี้





“คะ ..คือว่าขอโทษเห็นไม่ตอบข้อความเลยเข้ามาดู เอ่อ เตนล์กลับห้องนะ ตะ...ต่อเลย”

“เดี๋ยวคิมตามคุยกับเตนล์ที่ห้องนะ”

“อ่า อื้มไปนะ”





หมุนตัวกลับห้องพร้อมกับความหน่วงในใจ จากที่เคยคิดว่าคิมคงมีใจให้ตนเองบ้างวันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเค้าคิดผิด คิมเลือกที่จะอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เตนล์ ดวงตากลมมีน้ำใสใสเอ่อคลอนี่แค่เพียงเริ่มอาการที่เป็นช่างรุนแรงเหรอเกินถ้าหักห้ามใจตอนนี้จะช่วยลบความรู้สึกนี้ได้มั้ยนะ





“เตนล์ครับเหม่ออะไรทำไมไม่เข้าห้อง”





เสียงที่ดังอยู่ใกล้ใบหูทำให้ยิ่งตกใจ ไม่คิดว่าคิมจะตามมาเร็วขนาดนี้ เพราะอาการเจ็บที่ใจและมัวแต่เรื่องของคนที่ยืนซ้อนหลังตนอยู่จึงทำให้เตนล์เผลอเหม่ออยู่หน้าห้อง





“ทะ...ทำไมมาไวจังไม่ต่อเหรอ”

“ไม่ครับ”

“อ่า เตนล์ขอโทษนะที่เข้าไปขัด ฮึก~”





เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นึกถึงภาพที่เห็นก่อนหน้าน้ำตาก็ไหลลงบนแก้มนวล คิมใจร้ายกับเตนล์มากจริงๆนี่ขนาดแค่เริ่มต้นยังเจอเหตุการณ์แบบนี้ ต่อไปถ้าเตนล์ยังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เค้าคงตกอยู่ในวงเวียนความเจ็บปวดนี้ซ้ำๆ





“คนดีร้องไห้ทำไมครับ เข้าห้องกันเถอะ”





จัดแจงพาเพื่อนขี้แยเข้าห้อง ถ้าคิมเดาไม่ผิดเตนล์คงจะหวั่นไหวกับตนเองบ้างแล้วและคืนนี้คงต้องพิสูจน์สมมุติฐานที่ตั้งไว้ ถ้าใจตรงกันก็ควรเดินหน้าต่อไปแต่ถ้าเตนล์คิดกับตนแค่เพื่อนก็พร้อมถอยกลับมาดูแลอีกคนอยู่ห่างๆเช่นเดิม





“วันนี้ไม่เรียนได้มั้ย”

“ไม่ได้ครับ วันนี้ครั้งสุดท้ายแล้วนะ”

“สุด...ท้ายเหรอ”





น้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายใจหายที่จะได้เรียนกับคิมครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแอบคิดไปเองว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นแฟนของเพื่อนตัวสูงนี้ อีกหน่อยคงไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆเช่นแต่ก่อน เพียงเท่านั้นก็รู้สึกคล้ายกับว่าถูกแย่งของรักของตนไป





“ครับครั้งสุดท้ายและจากนี้ไปเตนล์ต้องมีเรื่องให้แปลกใจแน่นอน”

“บอกตอนนี้ได้มั้ยอ่ะคิม”

“ไม่ครับแล้วก็ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนคิมนะ”

“เตนล์ไม่ได้ถามซักหน่อย”

“คิมไม่เคยบอกเหรอว่าเตนล์อ่านง่ายมาก คิดยังไงก็แสดงออกมาหมดและตอนนี้เตนล์ก็ชอบคิมใช่มั้ยครับ หืม”





คิมเชยคางเตนล์ขึ้นให้สบตากัน แก้มขึ้นสีแดงเพราะเขินอาย ‘น่าฟัด’ คำที่ผุดเข้ามาในหัว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในสายตาของเค้ามักมีเตนล์อยู่ในนั้นเสมอ ‘ฟอด’ กดจมูกลงบนพวงแก้มนุ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเตนล์ถูกสูดเข้าปอด ดอมดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ





“อื้อ คิม พอก่อน”

“หอมจังครับยังไม่พอ”

“คุยกันก่อนนะ ถ้าเตนล์ชอบคิมจริงๆจะโกรธกันมั้ย”

“อืม โกรธดีมั้ยนะเลิกเป็นเพื่อนกันเลยดีกว่า”

“คิม...ฮึก~”





น้ำใสใสเอ่อล้นในตากลมอีกครั้ง เพื่อนตัวเล็กสะอื้นสั่นจนตัวโยนคิมดึงเตนล์เข้ากอดปลอบเค้าแค่จะแกล้งหยอกอีกคนเล่นแต่ไม่คิดว่าเตนล์จะอ่อนไหวถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวเกลี่ยเล็ดน้ำตาให้เพื่อนตัวน้อยที่ยังร้องไห้ไม่หยุด น่ารักเสียจริง





“เตนล์ชอบคิมใช่มั้ย ตอบตามความจริงนะครับ”

“ถ้าเตนล์พูดไป คิมอย่าโกรธเตนล์นะ”

“ลองพูดมาสิครับ”

“เตนล์ เอ่อ คือว่า เตนล์คิดว่าเตนล์ชอบคิมตั้งแต่วันที่คิมเริ่มสอนมันก็รู้สึกแปลกไปทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เป็น เวลาที่เราจับมือกัน เตนล์เขินกว่าครั้งไหนๆ ใจมันเต้นแรงจนกลัวว่าคิมจะได้ยิน”

“หยุดน่ารักซักทีได้มั้ยครับ”





บีบจมูกรั้นส่ายไปมาปากเล็กน่าจูบที่กำลังพูดเจื้อยแจ้วเล่าถึงความรู้สึกของตนอดก้มลงไปสัมผัสไม่ได้ ทำไมนะทำไมต้องน่ารักขนาดนี้





“อ๊ะ มะ...ไม่โกรธกันนะ”

“จะไม่โกรธถ้าเตนล์ตกลงเป็นแฟนกับคิม”

“ได้สิแค่คิมไม่โกรธเตนล์ทำได้หมด...เอ๊ะ มะ..เมื่อกี๊คิมว่าไงนะ”

“บอกว่าเป็นแฟนกันนะครับตัวดื้อ”

“อ่าาา จริงใช่มั้ยคิม”

“ที่สุดครับ คิมรักเตนล์นะครับรักมาก เวลาเห็นเตนล์มีแฟนคิมเจ็บมากเลย”





จับมือคนตัวเล็กมาแนบแก้มตัวเองไว้เพื่อเรียกคะแนนสงสาร ยอมรับว่าอยากอ้อนให้เตนล์เห็นใจเพราะที่ผ่านมาเวลาเห็นเตนล์มีแฟนเค้าก็เจ็บอยู่เหมือนกัน หลายๆครั้งอยากจะเข้าไปสารภาพความรู้สึกของตนเองทั้งหมดแต่ความกลัวก็มีมากกว่าความกล้า กลัวว่าเพื่อนตัวเล็กนี้จะตีตัวออกห่างไปถ้าต้องเป็นแบบนั้นก็สู้ทนอยู่กับความเจ็บเพียงคนเดียวดีกว่า





“เตนล์ขอโทษ ต่อจากนี้ไปคิมจะไม่ต้องเสียใจแล้วนะเพราะเตนล์จะเป็นแฟนคิมเอง”

“น่ารักจังขอได้มั้ยครับ”

“ขออะไรเหรอ”

“เตนล์”





ริมฝีปากบางถูกอวัยวะเดียวกันประกบลงมาอย่างเรียกร้อง จูบที่หอมหวานเหมือนช่วยย้ำความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ดูดเม้มปากเล็กคล้ายตอดกินทีละนิด แทรกลิ้นร้อนเข้าหาหยอกเย้าลิ้นเล็กที่ดูไร้เดียงสาไล่ต้อนเกี่ยวดึงอย่างชอบใจ คิมผละออกจ้องมองหน้าของเตนล์ที่ขึ้นสีระเรื่อไปจนถึงใบหูเล็กๆ





“เตนล์ให้คิมนะครับ”

“ไม่เอานะคิม”

“จะทำเบาๆนะครับนะ”

“เตนล์ไม่พร้อม คิมรอหน่อยนะ”

“เตนล์ครับ..”

“อดทนนะคิม ครบรอบ1เดือนเมื่อไหร่เตนล์จะพิจารณาอีกที”

“โถ่ เตนล์ครับ...จะไม่เรียนกับคิมแล้วหรือไง”

“ไม่จำเป็นต้องเรียนแล้วนี่นา เพราะคิมเป็นแฟนเตนล์แล้วไง อย่างอแงสิ”

“ครบรอบเมื่อไหร่จะฟัดให้ลุกไม่ขึ้นคอยดู”





รวบตัวตัวคนเข้ามากอดแน่น ความรู้สึกที่ได้รับความรักตอบจากคนที่เฝ้ามองมานาน คิมเพิ่งได้รู้ว่ามันมีความสุขมากขนาดนี้ มันช่างเหมือนท้องฟ้าหลังฝนตกเสียจริง....

















































THE END :)











ถ้าไม่อยากอยู่ในเฟรนโซนก็อย่าซึน..







" แด่ความรักของชินกูจึ "































ยอมรับเลยค่ะว่าภาษาไม่ได้สวยมากบางครั้งเนื้อเรื่องก็เร็วไปหรือข้ามอะไรไปจะพยายามพัฒนาให้มากขึ้นค่ะ ถ้าเจอคำผิดต้องขออภัยอ่านจนตาลายไปหมดแล้วค่ะ TT สุดท้ายนี้ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ เห็นยอดวิวขึ้นก็ดีใจแล้ว



เข้าไปติได้ที่ #ฟิคสั้นวันฝนซา



Byloverain ☔





@  17 February 2018

In the rain #taeten

                                                          ทอส & เตนล์                                          ...