Teach #DoTen
* เตนล์ : เตนล์
คิม : คิมโดยอง *
“ ฮึกกก ฮื่อออ ”
“ เตนล์ร้องไห้ทำไม ”
“ คิม ฮื่อออ ”
“ เป็นอะไรครับไหนบอกคิมหน่อย ”
คิมก้มหน้ามองเตนล์ที่วิ่งมาซุกอกกอดตนเองอยู่ ตาสวยเต็มไปด้วยน้ำตา จมูกรั้นเห่อแดงพร้อมเสียงสะอื้นปนสูดน้ำมูกเป็นระยะ คิมทำได้แค่ปลอบประโลมลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบา หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องเดิมๆหรอกนะ
“ ฮื่ออ ฮึกกก ข้าวทิ้งเตนล์อ่ะ วันนี้นัดเตนล์ไปเพื่อบอกเลิกแล้วทีนี้เตนล์ก็ถามว่าทำไม ข้าวบอกว่าเตนล์ดูแลใครไม่หรอกแถมยังพูดว่าเตนล์ทำสิ่งที่ข้าวต้องการไม่ได้อ่ะ ฟืดดดด”
พูดจบก็สูดน้ำมูกแรงๆไปหนึ่งที ไม่ว่าเตนล์จะมีแฟนมาแล้วกี่คนแต่คบกันไปได้ไม่นานทุกคนก็หาเหตุผลทำนองนี้มาบอกเลิกเค้าเสมอ แรกๆเตนล์คิดว่าเพราะหุ่นตนเองดูบอบบางหรือเปล่าจึงทำให้ดูเหมือนปกป้องใครไม่ได้ แต่พอลองถามความเห็นของคิมก็ตอบแต่เพียงว่า เตนล์ที่เป็นเตนล์ตอนนี้นั้นดีที่สุด
“อ้าวเตนล์ร้องไห้ทำไม”
“ฮื่อออโย ขะข้าวทิ้งเตนล์”
“อีกแล้ว”
“ฮึกกกก”
โยทำได้แต่ส่ายหัวไปมาก็เพราะติดจะงอแงบางทีก็ขี้อ้อนยิ่งกว่าผู้หญิง เค้าจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงโดนทิ้งบ่อยๆพอเงยหน้าสบตาคิมในหัวก็มีความคิดอะไรดีๆออกมา
“โยถามอะไรหน่อยสิเตนล์”
“อะไรเหรอ”
“ตอนคบกันเคยจับมือกันมั้ย”
“เคยสิ”
“แล้วเคยมากกว่าการจับมือมั้ย”
โยก้มถามคนตัวเล็กที่ซุกอกคิมอยู่ จมูกกับแก้มแดงๆที่เกิดจากการร้องไห้ ดูไปดูมาเตนล์ก็น่ารักกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเตนล์ถึงมีผู้ชายเข้าหามากกว่าผู้หญิง
“หอมแก้มกับจูบ โยถามทำไมเหรอ”
“เถอะน่าแล้วส่วนมากใครเริ่มก่อน”
“ถ้าจับมือเตนล์เริ่มก่อนส่วนจูบข้าวทำ”
“งั้นบอกโยได้มั้ยตอนที่จูบกัน เตนล์ทำไง”
“อืม แบบนี้อ่ะ”
พูดจบเตนล์ก็เงยหน้าขึ้นไปจุ๊บปากของคิมเบาๆ เพื่อสาธิตให้โยดูว่าตอนคบกันตนเองกับข้าวแสดงความรักกันแบบไหน ส่วนคิมที่โดนเพื่อนตัวเล็กจู่โจมก็นิ่งไปซักพัก มุมปากยกยิ้มขึ้นเบาๆลูบหัวเตนล์ที่ลืมความเศร้าไปเรียบร้อยแล้ว เพราะให้ความสนใจกับโยมากกว่า
“แบบนี้คือจูบเหรอเตนล์”
“ใช่สิเตนล์เคยเห็นในหนังเค้าก็เอาปากชนกันแบบนี้แหละ”
“แล้วหลังจากนั้นทำอะไรกันต่อ”
“อืม ข้าวเอาลิ้นมาโดนปากเตนล์อ่ะ แต่เตนล์ดันออกก่อน”
เตนล์จำได้ว่าตอนนั้นเค้าขึ้นไปส่งข้าวที่ห้อง ตอนแรกคิดว่าจะไม่ขึ้นไปแต่ข้าวกล่อมให้เตนล์ต้องยอม พอเข้าห้องข้าวก็หันมาจูบเค้าทันที ด้วยความตกใจจึงทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆจนได้สติคือตอนที่ข้าวเอาลิ้นมาโดนปากตนเอง ดันตัวแฟนสาวออกแล้วรีบขอกลับก่อนทันที หลังจากนั้นข้าวก็เปลี่ยนไปไม่ค่อยตอบไลน์หรือโทรไปก็ไม่รับ จนมาวันนี้ที่อีกฝ่ายทักมาก่อนเพื่อบอกเลิกกัน
“ทำไมเตนล์ดันข้าวออกล่ะครับ”
“ก็มัน ... ไม่รู้อ่ะเตนล์ก็ไม่รู้เหมือนกันคิม”
พอได้ฟังรายละเอียดโยก็พอจะเข้าใจถึงสาเหตุที่เพื่อนตัวเล็กโดนบอกเลิกบ่อย ในเมื่อผู้หญิงทำขนาดนี้แต่เตนล์กลับหนีออกมาซะอย่างนั้น นี่ถ้าเป็นเค้าหรือไอ้คิมผู้หญิงคนนั้นคงไม่รอด
“เตนล์ฟังโยนะ โยคิดวิธีที่สาวๆที่ไม่ทิ้งเตนล์ออกแล้วล่ะ”
“เตนล์ต้องทำไง”
“ให้ไอ้คิมสอนไง เตนล์ก็รู้ใช่มั้ยตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมามันไม่เคยโดนสาวบอกเลิกเลยมีแต่มาตามตื๊อมันอ่ะ”
“จริงด้วย คิมสอนเตนล์นะ”
เงยหน้ามองคนที่กอดตัวเองอยู่ตาแป๋วถ้าเป็นคิมสอนสาวๆจะไม่ทิ้งเตนล์อีก คิมทั้งหล่อแล้วก็นิสัยดีอย่างที่โยบอกตั้งแต่ที่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นคิมโดนสาวทิ้งกลับกันมีแต่คิมที่ทิ้งสาวๆ
“เอ่อ เรื่องแบบนี้มัน”
“คิมไม่รักเตนล์เหรอครับ”
ช้อนตามองเพื่อนสูงเอาหัวคลอเคลียเหมือนแมวอ้อนเจ้าของ เตนล์มักทำอย่างนี้เสมอเวลาที่คิมเริ่มขัดใจเค้ารู้ว่าถ้าอ้อนแบบนี้คิมไม่มีทางปฏิเสธไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม
“ไม่ใช่แบบนั้นแต่ว่าคิมไม่รู้จะสอนอะไร”
“มึงก็สอนวิธีวางตัวตอนอยู่กับแฟนไง”
“ไอ้โยหุบปากไปมึงอ่ะ”
“เอาแบบที่โยพูด คิมสอนเตนล์นะๆๆๆๆ”
คิมได้แต่ถอนหายใจเรื่องนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วเพราะไอ้เพื่อนตัวดี ที่คิดอะไรไม่เข้าท่า ที่ผ่านมาพยายามหักห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้เตนล์จนเกินเพราะเค้าไม่รู้ว่าจะหักห้ามใจตัวเองได้รึเปล่า แล้วเพื่อนตัวเล็กในอ้อมกอดนี่ก็น่ารักไม่หยอก
“ตกลงครับคิมจะสอนแต่เป็นวันหลังนะ”
“เตนล์รู้อยู่แล้วว่าคิมใจดีกับเตนล์ที่สุด ขอบคุณนะ”
พูดจบก็ยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มเพื่อนเป็นการให้รางวัล เตนล์ชอบเวลาที่คิมตามใจมากที่สุดส่วนคิมที่โดนเตนล์ขโมยหอมแก้มไป ทำได้เพียงแต่ยิ้มบางๆก็เพราะทำตัวน่ารักแบบนี้ไงถึงได้กลัวใจตัวเอง
“แล้วรางวัลโยล่ะเตนล์”
“มากไปละมึงอ่ะ เตนล์ไม่ต้องหอมมันนะ”
“อื้อ เตนล์ไม่หอมโยหรอกเตนล์เชื่อฟังคิม”
พูดจบเตนล์ก็ลุกไปจุ้บแก้มโยก่อนจะหันมายิ้มตาปิด โยนั่งนิ่งแล้วปล่อยขำออกมาได้แต่แอบสะใจอยากห้ามเตนล์ดีนัก ก็รู้ว่าเตนล์น่ะซื่อแต่ก็ไม่ได้คิดว่าเพื่อนตัวน้อยจะซื่อขนาดนี้
“อ่า ปากเตนล์ก็นุ่มดีนะ”
“หุบปากไป”
“อย่าทะเลาะกันสิเตนล์ไปเรียนก่อนนะ บาย”
เตนล์โบกมือให้เพื่อนทั้งสองคน แล้วเดินออกไปเพื่อเรียนวิชาคาบบ่ายลืมความเศร้าในใจไปจนหมด เพราะคิดว่าต่อจากนี้ตนเองคงไม่ต้องเสียใจอีกเพราะสาวๆบอกเลิกอีกแล้ว
“หน้าบูดเป็นกระต่ายโดนแย่งแครอทเลยว่ะ”
“จะขำไรหนัก มึงคิดจะให้กูทำไรกันแน่โย”
เอ่ยถามเพื่อนตรงหน้าที่เห็นแล้วได้แต่หมั่นไส้ เค้าอุตส่าห์พูดดักไม่ให้เตนล์หอมแก้มมันแต่คนตัวเล็กกลับทำอะไรเกินคาด เพราะแบบนี้จึงไม่อยากให้ไปไหนทำอะไรคนเดียว
“ก็ไม่รู้สิวะ อยากทำอะไรก็ทำตามใจซักที กูไปละ”
“เออจะไปไหนก็ไป กูจะรอรับเตนล์อยู่แถวนี้แหละ”
“ดูแลดียิ่งกว่าเมีย ขอให้ได้ให้โดนไวๆนะครับเพื่อนคิม”
โยพูดจบก็เดินออกไปทันที ที่เค้าทำแบบนี้ก็แค่ต้องการให้ไอ้เพื่อนคนปากแข็งได้ทำอะไรตามใจตนเองซักทีทั้งที่มันแอบมองเตนล์มานานแต่เพราะกลัวอะไรๆจะไม่เหมือนเดิม ทำให้มันไม่กล้าพูดเวลาที่เห็นเตนล์มีแฟน ทำไมเค้าจะดูไม่ออกว่ามันก็เจ็บ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองคนจะได้ลงเอยกันซักที
หลังจากวันนั้นที่คิมรับปากจะสอน เตนล์ก็ไม่เห็นว่าคิมจะสอนอะไรแบบจริงจังซักทีมีแต่ชวนไปกินข้าว ดูหนัง บางวันก็หาของหวานกิน พอเค้าเริ่มถามว่าเมื่อไหร่จะสอนจีบสาวเพื่อนตัวสูงก็มักจะตอบว่า กำลังสอนเตนล์อยู่แต่ไอ้การพามาเลี้ยงแบบนี้มันสอนตรงไหนอันนี้เตนล์ก็ทำได้
“คิมเมื่อไหร่จะสอนอย่างอื่นอ่ะ”
“อย่าใจร้อนสิครับ ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะ”
“แต่เตนล์ไม่อยากเรียนแบบนี้แล้ว”
“แล้วอยากเรียนแบบไหนครับ”
คิมลูบหัวของเพื่อนตัวเล็กเบาๆ นับวันเตนล์ยิ่งขยันอ้อนไม่รู้ตัว อย่างเช่นวันนี้อยู่ๆก็มาหาเค้าถึงห้องซื้ออาหารเช้ามาให้ทั้งๆที่เตนล์ไม่ใช่คนตื่นเช้า
“ก็อะไรที่เตนล์ยังไม่เก่งล่ะ”
“อืม งั้นก็ต้องทดสอบดูก่อน”
เชยคางเตนล์ขึ้นให้สบตาของตน ขยับใบหน้าเข้าหาคนด้านข้างช้าๆแววตาสดใสปากเล็กน่ารักกว่าผู้หญิงบางคน พอได้มองใกล้ๆแล้วเหมือนกับว่ามันน่าเชิญชวนให้ลิ้มลอง สัมผัสเพียงบางเบาให้ริมฝีปากได้คุ้นชิ้นกันดูดดึงเล็กน้อยย้ำให้เตนล์รู้สึกตัว ปากสวยเผยออกให้คิมได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปทักทายด้านในยิ่งขยับยิ่งร้อนแรงยิ่งได้ชิมยิ่งติดใจ
“อื้ม”
“ทำตามคิมสิเตนล์”
กระซิบสอนอีกคนก่อนบดเบียดริมฝีปากเข้าหาอีกครั้ง เตนล์ทำตามคิมอย่างว่าง่ายส่งเรียวลิ้นของตนเข้าหยอกล้อกับลิ้นร้อนของอีกฝ่าย ขยับกวาดลิ้นไปตามแนวฟันเกี่ยวกวัดสัมผัสกันไปมา คิมดันตัวเตนล์ราบไปกับโซฟาเสียงครางที่อยู่ใต้ร่างกระตุ้นความต้องการของคิมได้อย่างมาก ไม่รอช้าส่งมือเข้าไปลูบไล้ผิวนุ่มบีบเค้นเอวบางกระตุ้นอารมณ์ น้ำใสเลอะตามมุมปากลิ้นร้อนก็ตามไปเช็ดให้อย่างทะนุถนอม ไล้ปากวนมาที่ปรางแก้มหอมดอมดมให้เต็มปอดแล้วกดจูบหนักๆ ซอกคอขาวที่ยั่วยวนสายตาน่าสร้างรอย ทำให้สติของคิมเริ่มหมดไปเค้าซุกไซร้หาความหอมจากเรือนร่างของเตนล์ ดูดเม้มให้ขึ้นรอยจางๆแล้วใช้ลิ้นเลียซับเหมือนปลอบประโลมให้หายเจ็บ
“อื้อ คิม...เตนล์เจ็บ”
เสียงของเตนล์ช่วยดึงสติคิมกลับมา ผละออกจากความหอมตรงหน้าจัดการจับเตนล์ลุกขึ้นนั่งแล้วจัดเสื้อให้เรียบร้อยยิ่งเห็นรอยจางๆที่คอขาว มันยิ่งย้ำว่าเกือบจะเกินเลยเพราะความไม่ยับยั้งของตนเอง
“เมื่อกี๊ก็เป็นการสอนใช่มั้ย แต่ว่ามันเจ็บจัง”
“อื้ม เตนล์จำได้มั้ย”
“คิดว่าได้นะ”
เตนล์เอามือลูบต้นคอตนเองไปมาที่คิมสอนเค้า มันรู้สึกเจ็บแต่ก็มีอาการบางอย่างเข้ามา ในใจลึกๆ มันบอกกับเตนล์ว่า ‘เสียดาย’ แม้จะยังหาต้นเหตุของความรู้สึกนี้ไม่ได้ ว่ามาจากไหนแต่คิดว่าต้องเป็นเพราะการสอนของคิม
“คิมเหงื่อออกอ่ะ ร้อนเหรอ”
“เอ่อ ก็นิดนึง”
“เตนล์เร่งแอร์ให้นะ”
“ไม่เป็นไรครับ แต่คิมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
พูดจบคนตัวสูงก็รีบร้อนลุกออกไป เตนล์มองตามแผ่นหวังกว้างเดินหายไปในห้องนอนตั้งใจจะลุกตามไปดูเพราะคิดว่าเพื่อนอาจไม่สบาย แต่อาการตึงๆที่ส่วนล่างของตนทำให้ไม่กล้าลุกออกไป เตนล์เป็นผู้ชายและเข้าใจดีว่าอาการเช่นนี้คืออะไร เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะบอกกับคิมดีมั้ย เดินตามไปที่ห้องนอน ฃมือเรียวที่กำลังจะเคาะประตูต้องชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงเรียกขื่อของตนเองดังมาจากในห้อง
“ตะ...เตนล์ อื้มเด็กดี”
หน้าร้อนวูบเมื่อได้ฟังชัดๆ ความเก้อเขินที่เกิดขึ้นทำให้ไม่กล้าส่งเสียงออกไป เตนล์ถอยหลังออกมายิ่งได้เห็นในกระจกว่าแก้มสองข้างของตนขึ้นสีขนาดไหน ยิ่งทำตัวไม่ถูกกลัวเหลือเกินว่าพอเพื่อนตัวสูงออกมาจะเผลอทำหน้าแบบไหนออกไป คิดได้ดังนั้น เตนล์จึงเก็บของแล้วเดินกลับห้องของตนเอง เค้ายังมีเวลาให้คิมสอนอีกนานแต่ตอนนี้ควรกลับไปจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้คงที่ก่อนที่จะดีกว่า
“เตนล์ครับ เมื่อวานทำไมกลับห้องไม่บอกคิมเลย”
คิมเดินมานั่งข้างเตนล์ที่โต๊ะประจำของเราทั้งสองคน ตั้งแต่วันนั้นพอเค้าออกมาจากห้องนอนก็ไม่เจอคนตัวเล็กแล้ว มีแต่โน๊ตที่เขียนบอกว่า จะกลับห้อง พอตอนเย็นชวนไปกินข้าวเวลาพูดคุยกันก็เอาแต่หลบตาบางครั้งก็หน้าแดง ตอนแรกคิดว่าเตนล์อาจจะอายเรื่องที่จูบเมื่อวาน แต่พอลองเอ่ยถึงเรื่องนั้นเตนล์ก็ทำตัวปกติ
“เอ่อ คือว่าเตนล์...เตนล์ปวดท้องอ่ะเลยรีบกลับ”
“อ๋อ คิมก็นึกว่าเป็นอะไร วันนี้ตอนเย็นไปห้องคิมนะครับ”
“ไปทำไมเหรอ”
“ก็ไปเรียนต่อไงครับ วันนี้จะสอนต่อนะ เด็กดี”
พอได้ยินคำว่า ‘เด็กดี’ เสียงที่ได้ยินเมื่อวานก็พลันเข้ามาในหัวพวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อชวนมองเตนล์ก้มหน้าลงซ่อนแก้ม ร้อนๆของตนเองไม่ต้องมีกระจกก็รู้ว่าแก้มนั้นแดงแค่ไหน
“เตนล์ไม่สบายเหรอหน้าแดงๆ”
“เปล่า เตนล์สบายดี”
“เงยหน้ามาสบตาคิมครับ”
มือแกร่งเชยคางขึ้นให้เตนล์มาสบตากับตน ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าเมื่อวานเตนล์ต้องได้ยินชื่อตัวเองอย่างแน่นอน เพราะเค้าตั้งใจส่งสัญญาณเตือนลูกแกะตัวน้อยที่น่ากินตัวนี้ให้รู้สักทีว่า หมาป่าที่จำศีลมานาน มันตื่นขึ้นมาแล้ว
“คือว่า เอ่อ”
“อะไรครับ”
“วะ วันนี้จะเรียนเรื่องอะไรเหรอ”
“ไปหาคิมที่ห้องเดี๋ยวก็รู้ครับ”
“บอกก่อนได้มั้ย”
“ไม่ครับและตอนนี้เราต้องไปเรียนแล้วนะ”
พูดจบคิมก็จับมือเตนล์ให้ลุกขึ้น ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมามีบ้างที่ถึงเนื้อถึงตัวกันบ่อยแต่ว่าครั้งนี้มันแปลกไปสำหรับเตนล์ หัวใจที่จู่ๆก็เต้นรัวเพียงเพราะแค่เพื่อนตัวสูงจับมือ เตนล์ว่าเตนล์แย่แล้ว
“โยๆๆๆมากับเตนล์หน่อย”
“ว่าไงเตนล์ ทำไมต้องหลบๆซ่อนๆด้วย”
โยมองเพื่อนตัวเล็กที่จูงมือเค้าเดินออกมาในที่ลับตาคนด้วยท่าทางร้อนรน หันหลังกลับไปมองเพื่อนอีกคนก็ได้แต่ยืนทำหน้ากระต่ายงง ไม่เดินตามมาอย่างเคย
“ตรงนี้ก็พอมั้งเตนล์ แล้วมีอะไร”
“ก็ได้คือว่าเตนล์มีเรื่องจะปรึกษา”
“เรื่อง??”
“เรื่องคิมอ่ะ เตนล์ว่ามันมีอะไรแปลกๆ”
เตนล์มองโยที่ทำหน้างง คิ้มเข้มขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจที่เตนล์จะสื่อ อย่าว่าแต่โยจะงงเลยเค้าเองก็ยังเรียบเรียงไม่ค่อยถูกนัก มีเพียงแต่ความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่ามันแปลกไป
“อะไรแปลก”
“เตนล์นี่แหละที่แปลก คือว่าเมื่อวานคิมเริ่มสอนเแล้วแต่ว่าหลังจากสอนจบเตนล์ก็รู้สึกแปลกๆอ่ะโย”
“รู้สึกยังไงอ่ะ”
“เตนล์อธิบายไม่ถูกแค่รู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม เนี่ยอย่างตอนจับมือใช่มั้ย ใจเต้นแรงมากเลยแต่กับโยไม่เป็นนะ”
พูดพร้อมกับจับมือโยไปด้วย ความรู้สึกมันแตกต่างกับคิมเตนล์ไม่ได้รู้สึกแก้มร้อนและใจเต้นหรือเรียกได้ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ
“แล้วเมื่อวานมันสอนอะไร”
“อืม จูบกับทำรอยที่คอ นี่โยดูดิยังมีรอยแดงๆอยู่เลย”
เปิดคอเสื้อออกเล็กน้อยให้โยได้เห็น รอยแดงที่เริ่มจางออกบ้างแล้วแต่ถ้าดูใกล้ๆก็พอสังเกตุได้ โยยกยิ้มขึ้นมุมปากพอได้โอกาสจู่โจมเพื่อนหน้ากระต่ายของเค้าก็รุกแรงเหมืออนกันทำให้แกะตัวน้อยหวั่นไหวได้รวดเร็วจริงๆ
“ทำอะไรกันครับ เตนล์เปิดเสื้อทำไม”
คิมที่ยืนดูอยู่นานเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าเตนล์ปลดกระดุมเสื้อแล้วให้โยก้มไปดูแค่เห็นก็รู้สึกหงุดหงิดจนยืนรอไม่ไหวต้องเดินมาตามเพื่อแยกทั้งสองคนออกจากกันซักที
“หวงอ่อวะ แต่ก็นะขาวจริงๆว่ะ”
“ไอ้โย หุบปากไป”
“อ่ะมีหงุดหงิด”
“เตนล์ครับกลับกันเถอะ เย็นนี้เรามีนัดกันนะ”
“แต่ว่าเตนล์ยังคุยกับโยไม่เสร็จเลย”
เตนล์มองโยอย่างขอความช่วยเหลือเค้ายังไม่ได้คำแนะนำจากโยเลย จู่ๆคิมก็เดินเข้ามาทำให้ไม่กล้าพูดต่อ
“ค่อยคุยต่อก็ได้นี่ครับ”
“แต่ว่า”
“คืนนี้ค่อยคุยกันก็ได้เตนล์ รีบกลับเหอะกระต่ายจะกินหัวละ”
โยรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคิมเริ่มหงุดหงิด ความจริงเค้าอยากจะกวนต่ออีกหน่อยนานๆจะเห็นหลุดฟอร์มแต่พอเตนล์ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็แกล้งต่อไม่ลง
“ก็ได้ เตนล์ไปก่อนนะโย บาย”
“อื้ม เรียนเสร็จแล้วก็ทักโยมานะ กูไปละนะสอนเตนล์ดีๆนะมึง”
พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้คิมกับเตนล์อยู่ด้วยกันต่ออยากรู้เหมือนกันว่าบทเรียนต่อไปมันจะสอนอะไรเตนล์ คืนนี้คงมีอะไรสนุกๆแน่
“ไปครับหาอะไรกินแล้วไปห้องคิม”
“คิม วันนี้ไม่เรียนได้มั้ย”
“หืม ทำไมล่ะครับ”
“เตนล์ เอ่อ ไม่พร้อม”
เตนล์หลบสายตาเพื่อนตัวสูงที่ยืนจ้องหน้าตนอยู่ ไม่แน่ใจว่าคิมจะเชื่อคำโกหกนี้มั้ยแต่วันนี้เค้าไม่พร้อมจริงๆที่คุยกับโย ก็ยังไม่ทันได้เรื่องคนตรงหน้าก็เข้ามาจัดจังหวะ จนกว่าจะจัดการกับความรู้สึกนี้ได้จึงไม่อยากอยู่กับคิมสองต่อสอง
“แต่วันนี้บทเรียนพิเศษเลยนะ”
“พิเศษยังไงเหรอ”
“ต้องไปกับคิมนะถึงจะรู้”
“แต่ว่า..”
“นะครับ จะได้เรียนจบไวๆไง”
“ก็ได้ ไปกันเถอะ”
คิมมองตามคนตัวเล็กที่เดินออกไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่งแต้มบนใบหน้าถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้เตนล์ต้องกำลังหวั่นไหวกับสัมผัสครั้งก่อน ในตอนนี้คือโอกาสเหมาะที่จะทำให้เตนล์เสพติดสัมผัสของตน
หลังจากหาอะไรอร่อยๆใส่ท้องไปเยอะ ความกังวลของเตนล์ก็เหมือนจะหายไปลืมเรื่องอาการของตนไปเสียสนิท นั่งรอได้ไม่นานคิมก็เดินออกมาหาเตนล์ที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เตนล์ที่กำลังตื่นเต้นกับบทเรียนครั้งต่อไปจึงไม่ได้สังเกตุว่าเพื่อนของตนเปลี่ยนไปใส่บ็อกเซอร์แล้ว
“วันนี้จะสอนอะไรเหรอคิม”
“สอนทำให้คนรักของเรามีความสุขครับ”
“แล้วคิมไม่เริ่มทำให้ดูก่อนเหรอ”
“ไม่ครับ วันนี้เตนล์จะเป็นคนทำเองทั้งหมด ส่วนคิมจะคอยบอกเตนล์เอง”
ลูบหัวเพื่อนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู เตนล์ที่น่ารักในสายตาของเขาอยู่เสมอทั้งดูบอบบางน่าปกป้องและน่าทำลายไปพร้อมๆกัน
“แต่เตนล์กลัวทำไม่ได้”
“ทำได้สิครับ เด็กดี”
“งะ ... งั้นเริ่มเลยมั้ย”
“ครับ จูบคิมสิครับแบบที่คิมทำเมื่อวาน”
เอ่ยสั่งเตนล์ที่นั่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างตัว พวงแก้มนิ่มขึ้นริ้วสีแดงบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงเขินอายไม่น้อยที่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
“ทำสิครับ”
เตนล์รวบรวมความกล้า สูดลมหายใจลึกก่อนจะลุกขึ้นมานั่งคล่อมตักคิม จับใบหน้าของคุณครูเฉพาะกิจให้อยู่ในระดับหน้าของตนก่อนจะก้มไปทาบทับริมฝีปากเข้าด้วยกัน มอบสัมผัสที่ดูไร้เดียงสา น่าทะนุถนอมเข้าหาปากบางไล่วนงับริมฝีปากหนาอย่างเก้อเขิน พยายามใช้ลิ้นเปิดปากอีกคนที่แกล้งไม่ให้เตนล์ได้เข้าไปง่ายๆ
“อื้อ เปิดปากสิคิม”
เพราะคิมมัวแต่แกล้ง จนต้องหยุดมาดุให้ปากหนานั้นเปิดออกเพื่อให้ตนได้นำลิ้นเล็กๆเข้าไป จูบบดเบียดเข้าไปอีกครั้ง ดูดดึงขบเล็กน้อยให้อีกคนเลิกแกล้งตนเสียที ริมฝีปากคุณครูเปิดออกรับลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวนำทางอีกคนให้เข้าหา นักเรียนตัวน้อยที่เรียนรู้ไวใช้ลิ้นเล็กกวาดไปตามโพรงปากเหมือนเด็กน้อยหาขนมหยอกล้อดูดลิ้นคนด้านล่างแรงๆ ผละปากออกแล้วก้มซุกไซร้ลำคอแกร่งแทน แกล้งฝังเขียวลงไปจนคิมสะดุ้ง
“อื้ม ทำรอยสิครับ”
ปากเล็กขบเม้มลาดไหล่แต่เพราะยังด้อยประสบการณ์รอยจึงไม่ชัดอย่างที่คิมต้องการ เตนล์ดันตัวลงมานั่งอยู่ระหว่างขายาว ใช้มือลูบวนส่วนล่างของคิมช้าๆปลดกระดุมทีละเม็ดจนเห็นชั้นในที่เด่นชัดขึ้น ช้อนตามองขอคำสอนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป คิมอมยิ้มน้อยๆความไร้เดียงสาของเตนล์กำลังจะทำให้เค้าคลั่ง
“เตนล์ต้องทำไงต่อ”
“ถอดกางเกงคิมออกให้หมดสิครับแล้วเล่นกับมัน”
มือบางดึงกางเกงของคิมลงจนไปกองอยู่ที่พื้น ‘มัน’ที่คิมบอกก็ปรากฎสู่สายตาเตนล์ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ความรู้สึกแปลกใหม่เริ่มเข้ามา ยิ่งได้เสียงพึงพอใจยิ่งรู้สึกดี
“อ่าส์~~แบบนั้นครับ ขยับขึ้นลงอีก”
จับมือเตนล์ให้ทำตามจังหวะของตน มือนุ่มนิ่มให้ความรู้สึกดีกว่าที่เคยจินตนาการไว้ ที่ผ่านมายอมรับว่าแอบชอบเตนล์อยู่ไม่น้อย แต่ไม่เคยคิดใันว่าจะมีวันที่ได้ทำอะไรแบบนี้กับเตนล์ ยิ่งมือบางรูดเร็วเท่าไหร่ยิ่งโลภอยากให้สัมผัสตัวตนของเค้ามากกว่านี้
“เตนล์ครับ กินมันสิ”
“ตะ...แต่ เตนล์ทำไม่เป็น”
“คิดว่ามันคือไอติมสิครับ ลองหน่อยนะคนเก่ง”
เตนล์อ้าปากออกนำพาไอติมร้อนเข้าปาก ลิ้นเล็กๆเลียวนส่วนหัว จินตนาการถึงไอติมรสนมที่ตนชอบกินบ่อยๆ ดูดดุนตามแท่งก่อนวกมาขบกัดให้คิมสะดุ้งเล่น ดูดเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย กระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นส่วนหัวของไอติมจึงมีน้ำข้นขาวปริ่มเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อย คิมกดหัวของตนเองไว้บังคับให้ใช้ลิ้นเล็กนั้นเลียอีกครั้ง
“ดี...ดีมากครับ”
เอ่ยชมลูกศิษย์ตัวน้อยให้มีกำลังใจมากขึ้น เตนล์ที่ได้คำชมก็ยิ่งฮึกเหิม ดูดเม้มแรงๆจนแก้มยุ้ยทั้งสองข้างตอบจนเห็นได้ชัด คิมที่สุขสมก็ปล่อยน้ำคาวขุ่นทะลักเต็มปากเล็กก่อนจะแบมือออกให้เตนล์คายออกมา จัดการกับคาบขาวให้หมดจดลุกแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วจึงอุ้มเพื่อนตัวเล็กของตนขึ้นมาตะกรองกอดแนบอก
“เก่งมากเลยครับ วันนี้เตนล์ทำได้ดีมาก”
“แล้วคิมชอบมั้ย”
“ที่สุดเลยครับ เตนล์ของคิมน่ารักจริงๆ”
“คิมทำไมต้องชมว่าน่ารักด้วย”
“ก็เตนล์น่ารักมากจนอยากฟัดไปทั้งตัว”
ก้มลงหอมแก้มแดงไปฟอดใหญ่ ยิ่งเห็นอีกคนเขินมันก็ทำให้คิมหมั่นเขี้ยว ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่แก้มหอมๆนี้คงช้ำเป็นแน่
“อีกแล้วนะ !!! ปล่อยเตนล์เลยจะกลับห้องแล้ว”
“ไม่ให้กลับคืนนี้ต้องนอนกับคิม”
“ได้ไงเรียนพอแล้วนะ”
“อ้าวว่าจะสอนอีกบทนึงนะเนี่ย”
“แต่เตนล์เหนื่อยอ่ะคิม”
ซุกอกอ้อนอย่างที่เคยทำเวลาที่ถูกคิมขัดใจ ทุกครั้งมันได้ผลและครั้งนี้เตนล์ก็คิดว่ามันคงสำเร็จแต่ก็ผิดคาดเมื่อคิมส่ายหัวเบาๆแล้วอุ้มตนเข้าไปในห้องนอน
“เตนล์บอกว่าจะกลับห้อง”
“ห้องที่เตนล์จะไปได้คือห้องนอนคิมครับ”
“คนขี้โกง!!!”
“เลิกทำหน้าบูดแล้วมานอนได้แล้วครับคนเก่ง”
เสียงหัวเราะจากคนที่กำลังกอดตนอยู่ ทำให้เตนล์หมั่นไส้จึงเผลอทุบไปที่ต้นแขนด้วยความโมโห ทำไมคิมชอบบังคับนักนะแต่ว่าเตนล์ก็ไม่เคยฝืนมันได้เลย จัดที่ทางการนอนของตัวเองให้เข้าที่ในเมื่อหนีไม่ได้แล้วก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“นอนก็ได้”
“กอดนะ ฝันดีนะครับตัวดื้อ”
“อื้อ ฝันดีนะคิม”
ขยับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอุ่น หัวใจกลับมาพองฟูอีกครั้งด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนของอีกคน เตนล์ว่าเค้าพอจะรู้แล้วส่าตนเองเป็นอะไร..
หลังจากวันที่ตื่นมาในอ้อมกอดของคิม เตนล์ก็สรุปอาการตนเองได้ว่า ‘เค้าชอบคิม’ เข้าให้แล้วยิ่งได้ปรึกษากับยูก็ยิ่งชัดเจน พอได้ทบทวนถึงหลายๆอย่างที่ผ่านมาไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์คิมจะคอยอยู่ข้างเตนล์เสมอ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ต้องเห็นคิมเป็นอันดับแรก ลองนึกย้อนกลับไปที่เคยถามคิมว่าทำไมยังไม่มีแฟน ตอนนั้นคิมตอบแค่เพียงว่า ‘มีเตนล์คนเดียว’ ก็พอแล้วตอนที่ได้ยินยังไม่ค่อยเข้าใจแต่ว่าในตอนนี้เตนล์พอจะรู้ถึงสิ่งที่คิมต้องการจะบอกแล้ว มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเพื่อนตัวสูงทันทีที่สรุปชัดเจนกับความรู้สึกของตน ถ้าเตนล์จะพูดออกไปก่อนก็คงไม่เป็นไร ถึงแม้จะไม่ค่อยมั่นใจว่าคิมจะรู้สึกแบบเดียวกันมั้ยก็ตาม
‘คิม วันนี้มาสอนที่ห้องเตนล์ได้มั้ย?’
‘คือว่ามีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ แล้วเจอกันนะ’
ตกเย็นเตนล์เข้าครัวทำอาหารง่ายๆสำหรับตัวเองและคิม ปกติคิมจะคอยพาไปกินข้าวหรือไม่ก็ทำให้เตนล์กินวันนี้เค้าจึงอยากทำให้มันพิเศษสำหรับเรื่องราวดีๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
‘สองทุ่ม’ เตนล์นั่งมองเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อยๆอย่างเฝ้ารอ ตั้งแต่เย็นคิมยังไม่ตอบข้อความหรือแม้แต่เปิดอ่าน ความกังวลเริ่มเกิดขึ้นในใจคิมไม่เคยไม่รับสายหรือไม่ตอบข้อความของตนตัดสินใจออกไปลงไปหาที่ห้อง เพราะกลัวเพื่อนคนพิเศษจะเป็นอะไร เคาะประตูอยู่นานแต่ไร้เสียงตอบกลับมาความกังวลเพิ่มมากทุกทีมือบางลองหมุนลูกบิดประตูแต่ก็ต้องแปลกใจว่าไม่ได้ล็อคอย่างที่ควรจะเป็น เปิดประตูห้องด้วยความรีบร้อนเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินี้ทำให้เตนล์ยิ่งกังวล
“คิมทำไมไม่....ล็อคห้อง”
ปลายประโยคแผ่วเบาเพราะช็อคกับสิ่งที่เห็น ภาพของผู้หญิงเนื้อตัวเปลือยเปล่ากำลังคล่อมทับเพื่อนของตนอยู่ สองสิ่งมีชีวิตที่ทำกิจกรรมกันอยู่บนโซฟากลางห้องที่เคยสอนเตนล์หยุดชะงักลงด้วยความตกใจ สีหน้าคิมที่ตกใจจนเผลอผลักหญิงสาวออกลุกเอาเสื้อมาปิดก่อนที่เตนล์จะเห็นอะไรไปมากกว่านี้
“คะ ..คือว่าขอโทษเห็นไม่ตอบข้อความเลยเข้ามาดู เอ่อ เตนล์กลับห้องนะ ตะ...ต่อเลย”
“เดี๋ยวคิมตามคุยกับเตนล์ที่ห้องนะ”
“อ่า อื้มไปนะ”
หมุนตัวกลับห้องพร้อมกับความหน่วงในใจ จากที่เคยคิดว่าคิมคงมีใจให้ตนเองบ้างวันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเค้าคิดผิด คิมเลือกที่จะอยู่กับผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เตนล์ ดวงตากลมมีน้ำใสใสเอ่อคลอนี่แค่เพียงเริ่มอาการที่เป็นช่างรุนแรงเหรอเกินถ้าหักห้ามใจตอนนี้จะช่วยลบความรู้สึกนี้ได้มั้ยนะ
“เตนล์ครับเหม่ออะไรทำไมไม่เข้าห้อง”
เสียงที่ดังอยู่ใกล้ใบหูทำให้ยิ่งตกใจ ไม่คิดว่าคิมจะตามมาเร็วขนาดนี้ เพราะอาการเจ็บที่ใจและมัวแต่เรื่องของคนที่ยืนซ้อนหลังตนอยู่จึงทำให้เตนล์เผลอเหม่ออยู่หน้าห้อง
“ทะ...ทำไมมาไวจังไม่ต่อเหรอ”
“ไม่ครับ”
“อ่า เตนล์ขอโทษนะที่เข้าไปขัด ฮึก~”
เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นึกถึงภาพที่เห็นก่อนหน้าน้ำตาก็ไหลลงบนแก้มนวล คิมใจร้ายกับเตนล์มากจริงๆนี่ขนาดแค่เริ่มต้นยังเจอเหตุการณ์แบบนี้ ต่อไปถ้าเตนล์ยังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เค้าคงตกอยู่ในวงเวียนความเจ็บปวดนี้ซ้ำๆ
“คนดีร้องไห้ทำไมครับ เข้าห้องกันเถอะ”
จัดแจงพาเพื่อนขี้แยเข้าห้อง ถ้าคิมเดาไม่ผิดเตนล์คงจะหวั่นไหวกับตนเองบ้างแล้วและคืนนี้คงต้องพิสูจน์สมมุติฐานที่ตั้งไว้ ถ้าใจตรงกันก็ควรเดินหน้าต่อไปแต่ถ้าเตนล์คิดกับตนแค่เพื่อนก็พร้อมถอยกลับมาดูแลอีกคนอยู่ห่างๆเช่นเดิม
“วันนี้ไม่เรียนได้มั้ย”
“ไม่ได้ครับ วันนี้ครั้งสุดท้ายแล้วนะ”
“สุด...ท้ายเหรอ”
น้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายใจหายที่จะได้เรียนกับคิมครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแอบคิดไปเองว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นแฟนของเพื่อนตัวสูงนี้ อีกหน่อยคงไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆเช่นแต่ก่อน เพียงเท่านั้นก็รู้สึกคล้ายกับว่าถูกแย่งของรักของตนไป
“ครับครั้งสุดท้ายและจากนี้ไปเตนล์ต้องมีเรื่องให้แปลกใจแน่นอน”
“บอกตอนนี้ได้มั้ยอ่ะคิม”
“ไม่ครับแล้วก็ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนคิมนะ”
“เตนล์ไม่ได้ถามซักหน่อย”
“คิมไม่เคยบอกเหรอว่าเตนล์อ่านง่ายมาก คิดยังไงก็แสดงออกมาหมดและตอนนี้เตนล์ก็ชอบคิมใช่มั้ยครับ หืม”
คิมเชยคางเตนล์ขึ้นให้สบตากัน แก้มขึ้นสีแดงเพราะเขินอาย ‘น่าฟัด’ คำที่ผุดเข้ามาในหัว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในสายตาของเค้ามักมีเตนล์อยู่ในนั้นเสมอ ‘ฟอด’ กดจมูกลงบนพวงแก้มนุ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเตนล์ถูกสูดเข้าปอด ดอมดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ
“อื้อ คิม พอก่อน”
“หอมจังครับยังไม่พอ”
“คุยกันก่อนนะ ถ้าเตนล์ชอบคิมจริงๆจะโกรธกันมั้ย”
“อืม โกรธดีมั้ยนะเลิกเป็นเพื่อนกันเลยดีกว่า”
“คิม...ฮึก~”
น้ำใสใสเอ่อล้นในตากลมอีกครั้ง เพื่อนตัวเล็กสะอื้นสั่นจนตัวโยนคิมดึงเตนล์เข้ากอดปลอบเค้าแค่จะแกล้งหยอกอีกคนเล่นแต่ไม่คิดว่าเตนล์จะอ่อนไหวถึงเพียงนี้ นิ้วเรียวเกลี่ยเล็ดน้ำตาให้เพื่อนตัวน้อยที่ยังร้องไห้ไม่หยุด น่ารักเสียจริง
“เตนล์ชอบคิมใช่มั้ย ตอบตามความจริงนะครับ”
“ถ้าเตนล์พูดไป คิมอย่าโกรธเตนล์นะ”
“ลองพูดมาสิครับ”
“เตนล์ เอ่อ คือว่า เตนล์คิดว่าเตนล์ชอบคิมตั้งแต่วันที่คิมเริ่มสอนมันก็รู้สึกแปลกไปทั้งๆที่แต่ก่อนไม่เป็น เวลาที่เราจับมือกัน เตนล์เขินกว่าครั้งไหนๆ ใจมันเต้นแรงจนกลัวว่าคิมจะได้ยิน”
“หยุดน่ารักซักทีได้มั้ยครับ”
บีบจมูกรั้นส่ายไปมาปากเล็กน่าจูบที่กำลังพูดเจื้อยแจ้วเล่าถึงความรู้สึกของตนอดก้มลงไปสัมผัสไม่ได้ ทำไมนะทำไมต้องน่ารักขนาดนี้
“อ๊ะ มะ...ไม่โกรธกันนะ”
“จะไม่โกรธถ้าเตนล์ตกลงเป็นแฟนกับคิม”
“ได้สิแค่คิมไม่โกรธเตนล์ทำได้หมด...เอ๊ะ มะ..เมื่อกี๊คิมว่าไงนะ”
“บอกว่าเป็นแฟนกันนะครับตัวดื้อ”
“อ่าาา จริงใช่มั้ยคิม”
“ที่สุดครับ คิมรักเตนล์นะครับรักมาก เวลาเห็นเตนล์มีแฟนคิมเจ็บมากเลย”
จับมือคนตัวเล็กมาแนบแก้มตัวเองไว้เพื่อเรียกคะแนนสงสาร ยอมรับว่าอยากอ้อนให้เตนล์เห็นใจเพราะที่ผ่านมาเวลาเห็นเตนล์มีแฟนเค้าก็เจ็บอยู่เหมือนกัน หลายๆครั้งอยากจะเข้าไปสารภาพความรู้สึกของตนเองทั้งหมดแต่ความกลัวก็มีมากกว่าความกล้า กลัวว่าเพื่อนตัวเล็กนี้จะตีตัวออกห่างไปถ้าต้องเป็นแบบนั้นก็สู้ทนอยู่กับความเจ็บเพียงคนเดียวดีกว่า
“เตนล์ขอโทษ ต่อจากนี้ไปคิมจะไม่ต้องเสียใจแล้วนะเพราะเตนล์จะเป็นแฟนคิมเอง”
“น่ารักจังขอได้มั้ยครับ”
“ขออะไรเหรอ”
“เตนล์”
ริมฝีปากบางถูกอวัยวะเดียวกันประกบลงมาอย่างเรียกร้อง จูบที่หอมหวานเหมือนช่วยย้ำความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ดูดเม้มปากเล็กคล้ายตอดกินทีละนิด แทรกลิ้นร้อนเข้าหาหยอกเย้าลิ้นเล็กที่ดูไร้เดียงสาไล่ต้อนเกี่ยวดึงอย่างชอบใจ คิมผละออกจ้องมองหน้าของเตนล์ที่ขึ้นสีระเรื่อไปจนถึงใบหูเล็กๆ
“เตนล์ให้คิมนะครับ”
“ไม่เอานะคิม”
“จะทำเบาๆนะครับนะ”
“เตนล์ไม่พร้อม คิมรอหน่อยนะ”
“เตนล์ครับ..”
“อดทนนะคิม ครบรอบ1เดือนเมื่อไหร่เตนล์จะพิจารณาอีกที”
“โถ่ เตนล์ครับ...จะไม่เรียนกับคิมแล้วหรือไง”
“ไม่จำเป็นต้องเรียนแล้วนี่นา เพราะคิมเป็นแฟนเตนล์แล้วไง อย่างอแงสิ”
“ครบรอบเมื่อไหร่จะฟัดให้ลุกไม่ขึ้นคอยดู”
รวบตัวตัวคนเข้ามากอดแน่น ความรู้สึกที่ได้รับความรักตอบจากคนที่เฝ้ามองมานาน คิมเพิ่งได้รู้ว่ามันมีความสุขมากขนาดนี้ มันช่างเหมือนท้องฟ้าหลังฝนตกเสียจริง....
THE END :)
ถ้าไม่อยากอยู่ในเฟรนโซนก็อย่าซึน..
" แด่ความรักของชินกูจึ "
ยอมรับเลยค่ะว่าภาษาไม่ได้สวยมากบางครั้งเนื้อเรื่องก็เร็วไปหรือข้ามอะไรไปจะพยายามพัฒนาให้มากขึ้นค่ะ ถ้าเจอคำผิดต้องขออภัยอ่านจนตาลายไปหมดแล้วค่ะ TT สุดท้ายนี้ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ เห็นยอดวิวขึ้นก็ดีใจแล้ว
เข้าไปติได้ที่ #ฟิคสั้นวันฝนซา
Byloverain ☔
@ 17 February 2018
The Last Time #Jaeten
* เตนล์ : เตนล์
โจ๊กเกอร์ : แจฮยอน *
Music : เจ็บนิดเดียว
ก็คนนั้นเขาก็ยังพบเธอ
ก็เห็นเธอยังไปเดินกับเขา
ไม่เคยนึกเลยว่าจะทำกับเรา
อุตส่าห์เอาใจเอาความรักจริง
มอบให้เธอ ที่แท้เปลืองตัว...
บรรยากาศอึมครึมภายในห้องที่เกิดจากการทะเลาะกันของคนสองคนความรักที่ ' เตนล์ ' และ ' โจ๊กเกอร์ ' คอยเฝ้าทะนุถนอมบัดนี้ถูกทำให้สั่นคลอนโดยโจ๊กที่แอบไปติดต่อกับแฟนเก่าแรกๆที่เพื่อนของเตนล์มาเตือนว่าพบคนรักของตนเองออกไปไหนมาไหนกับแฟนเก่า เตนล์ยังไม่ปักใจเชื่อและนำมาบั่นทอนความไว้ใจเลยซักนิด จนมาถึงวันนี้เตนล์จับได้คาหนังคาเขา ทั้งภาพที่เพื่อนถ่ายมาให้อย่างชัดเจน และข้อความที่ถูกส่งมาเยาะเย้ยจากแฟนเก่าของคนตรงหน้า นั่นแหละเตนล์ถึงได้รู้ว่า สิ่งที่ตนเองพยายามปิดกั้นไว้ ตอนนี้มันพังทลายลงแล้ว ความคิดต่างๆนานา ที่เคยไล่มันออกไปจากหัว ในวันนี้มันชัดเจนแจ่มแจ้งไปหมด และเมื่อเอ่ยปากถาม ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแฟนตัวดีกลับไม่ปฏิเสธหรือเรียกได้ไว่าไม่พูดอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่จริงควรรีบตอบสิแต่นี่กลับนิ่ง ยิ่งตอกย้ำให้เตนล์มั่นใจว่า สิ่งที่ทุกคนบอกเตนล์คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
" มีอะไรจะพูดมั้ย ปฏิเสธมาดิถ้าเตนล์เข้าใจผิด พูดอะไรซักคำสิโจ๊ก "
''... "
โจ๊กยังคงเงียบ ได้แต่เพียงมองเตนล์ด้วยแววตาสำนึกผิด มันชัดเจนแล้วถึงแม้อีกคนจะไม่พูดอะไรคำพูดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้บอกอีกคนผ่านเข้ามาในหัว ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมีวันที่ต้องพูดคำนี้ออกไปจริงๆ
" เลิกกันป่ะ "
" เตนล์รู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมาก "
" ก็ถ้ายังรักเค้า ก็กลับไปคบกับเค้าดิ "
" เตนล์ "
ความเงียบเข้าปกคลุมหลังจากจบประโยคนั้นของเตนล์ โจ๊กนิ่งเงียบไม่อาจพูดคำไหนออกมาได้ นอกจากเอ่ยชื่อคนตัวเล็กตรงหน้า เค้ายอมรับว่าผิดที่พักหลังมานี้ยังคงกลับไปคุยกับแฟนเก่า เพราะความรู้สึกในใจลึกๆ คล้ายยังตัดไม่ขาด เค้าคิดว่าเตนล์คงไม่ทีทางรู้ ไม่ได้จะได้นอกใจและกาย เป็นแค่เพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น แต่ตอนนี้ตอนที่คนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก มายืนร้องไห้ตาแดงกล่ำต่อหน้า เค้าจึงคิดได้ว่า การกระทำที่เห็นแก่ตัวของตนเองนั้น ได้ทำร้ายและทำลายความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน
" โจ๊กขอโอกาสแก้ตัวได้มั้ยครับ "
เอ่ยอ้อนวอนต่อคนตรงหน้าที่กำลังสั่นไปทั้งตัว เค้าทำเตนล์ร้องไห้ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่เตนล์ร้องไห้หนักขนาดนี้ ภาพในวันวานไหลย้อนเข้ามาในความทรงจำ วันที่เค้าสัญญากับอีกคนว่าจะไม่มีวันทำให้เตนล์ต้องร้องไห้เด็ดขาด แต่ในตอนนี้โจ๊กกำลังผิดสัญญาอย่างไม่น่าให้อภัย
" พะ พอเถอะ ฮึก ถ้าไม่รักกันแล้ว ฮึก กะก็ควรไปจากกัน "
เสียงสั่นสะอื้นปานจะขาดใจของเตนล์มันบีบหัวใจโจ๊กเหลือเกิน ถ้าย้อนกลับไปได้ เค้าจะไม่ทีทางให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โจ๊กจะคิดถึงความรักที่เตนล์มีให้มากๆ และทะนุถนอมมันไว้ให้นานที่สุด
" ไม่ โจ๊กไม่มีทางปล่อยเตนล์ไป "
" อย่าฝืนสิ ฮึกก "
" เตนล์เป็นของโจ๊ก ถึงจะดูเห็นแก่ตัวแต่โจ๊กไม่มีทางปล่อยเตนล์ไป "
" รักเตนล์มั้ย "
" ที่สุด โจ๊กรักเตนล์ที่สุด "
" ถ้ารักกันก็ปล่อยเตนล์ไป "
เตนล์ผลักโจ๊กที่กอดตัวเองออกเพื่อจะวิ่งหนีไปจากคนใจร้าย แต่เพราะร้องไห้สะสมมาหลายวัน ข้าวปลาที่ไม่ได้ตกถึงท้องมากนัก แรงที่คิดว่าจะทำให้อีกคนออกไปได้กลับทำให้โจ๊กแค่เซออกไปเพียงเล็กน้อย ร่างบางสะอื้นหนักกว่าเดิมเมื่อไม่สามารถออกไปจากอ้อมกอดนี้ได้
" จะไปไหน โจ๊กไม่ให้ไปนะเตนล์ต้องอยู่กับโจ๊ก "
เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน เมื่อเริ่มคิดว่าเตนล์จะหนีและทิ้งตนเองไปจากที่เคยคิดว่าจะคุยกันด้วยดีโจ๊กกลับเริ่มโมโหที่เตนล์ที่จะหนีตนเองไป อ้อมกอดรัดแน่นขึ้นคล้ายจะกักขังคนที่กำลังเสียใจนี้ให้อยู่กับตนเอง
" ปะ ปล่อยซักที!! "
ร่างบางตะคอกออกมาเสียงดัง ความรู้สึกของเตนล์ตอนนี้มันเจ็บปวดไปหมดก่อนหน้านี้เค้าคิดแต่เพียงว่า ตนเองขาดสิ่งใดไปหรือยังดีไม่พอ คนรักของตนถึงได้กลับไปคุยกับแฟนเก่า ในวันที่รุ่นพี่หลายคนเตือนเตนล์ก็เลือกที่จะเชื่อใจคนที่กำลังโอบกอดตัวเองไว้ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่ให้มากไป มันกลับมาทำลายเตนล์จนแตกเป็นเสี่ยงๆ
" เตนล์ต้องอยู่กับโจ๊ก ได้ยินมั้ยต้องอยู่ "
กระชากเสียงด้วยความโมโห ที่เตนล์เอาแต่บอกให้ปล่อ คลายอ้อมกอดออกพร้อมกระชับข้อมือบางให้เดินตามตนเองขึ้นไปบนห้องนอน
" ไม่เอานะไม่ไป "
เตนล์พยายามบิดข้อมือออกจากการกอบกุม เมื่อสายตาไปเห็นตุดหมายที่กำลังจะโดนลากออกไป ตอนคบกันก็มีบ้างที่เกินเลยตามประสาคนรักกัน แต่ในตอนนี้เตนล์ไม่อยากจะปล่อยตัวปล่อยใจให้กับคนที่ทำร้ายตนเองอีกแล้ว
" อยู่นิ่งๆแล้วเดินตามมา อย่าทำให้หงุดหงิดไปมากกว่านี้ "
" เตนล์จะกลับ โจ๊กไม่มีสิทธิ์อะไรมาห้ามอีกแล้ว "
เหมือนฟางเส้นสุดท้ายขาดออกไป คำว่าไม่มีสิทธิ์ ที่ฟังแล้วช่างตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลง โจ๊กลากเตนล์เข้ามาในห้องนอนได้สำเร็จ ผลักคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างไม่ถนอมแล้วจึงตามไปคล่อมทับ รวบแขนทั้งสองข้างของเตนล์ ผูกกันด้วยเชือกผ้าม่านที่ห้อยอยู่รอบเตียง ก้มลงซุกไซร้ลำคอขาว สูดดมความหอมให้ชื่นใจก่อนเริ่มทำรอยรักจนทั่วลำคอขาว
" อื้อ โจ๊ก อย่าทำ "
เสียงหวานเอ่ยห้ามคนด้านบน แม้สถานการณ์ในตอนนี้จะดูเสี่ยงต่อตัวเองก็ตาม
" หึ ก็โจ๊กไม่เลิก เตนล์เป็นของโจ๊กแค่คนเดียว "
โจ๊กปลดเสื้อผ้าของเตนล์ออกจนหมด ผิวขาวเนียนละเอียดที่เคยสัมผัสมาครั้งคราว เค้ารู้ดีว่ามันนุ่มลื่นมือแค่ไหน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ มองดูประติมากรรมที่สวยงามด้านล่างตน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ คล้ายยั่วยวนให้ลิ้มลอง ก้มลงสัมผัสยอดอกใช้ลิ้นร้อนของตนเองตวัดเลียให้สาสม ดูดดุนดึงขึ้นเหมือนโหยหา มือก็เลื่อนมาสะกิดตุ่มแดงที่แข็งขึ้นอีกข้างเพื่อความเท่าเทียม
" อ๊ะ อื้อ อย่าทำ "
เสียงห้ามของเตนล์ไม่ได้เข้ามาในหูของโจ๊กเลยซักนิด ลิ้นร้อนไล้วนไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดบุ๋มบนหน้าท้องขาว หยอกเย้าวนลิ้นดูดดึง พอให้แดงก่อนที่มือหนาจะทำการดึงกางเกงเตนล์ออกไปจากส่วนสงวนที่กำลังแข็งขืนขึ้น ไม่รอช้าโจ๊กใช้มือเค้นคลึงปลุกปั่นอารมณ์ของเตนล์ออกมา
" จะ โจ๊ก ยะ อย่า "
เสียงร้องห้ามที่แผ่วเบาลงทุกทีทำให้โจ๊กยิ่งได้ใจ จับเตนล์นอนคว่ำลงกับเตียง บีบก้นขาวจนขึ้นรอย ยิ่งได้ยินเสียงครางก็ยิ่งกักเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงคำที่บอกเลิกก็ยิ่งโมโห เมื่อคิดว่าถ้าตนเลิกกับเตนล์ไปจะมีคนอื่นมาสัมผัสคนตัวเล็กแบบที่ตนเองกระทำอยู่ มือขาวจับสะโพกเตนล์ขึ้นก่อนใส่ความเป็นชายเข้าไปโดยไร้ซึ่งการเบิกทางใดๆทั้งสิ้น
" อ๊า มันเจ็บ ออกไป อื้อ "
โจ๊กเริ่มขยับตัวโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของเตนล์เลยซักนิดสะโพกสอบนำพาส่วนแข็งขืนเข้าออกในร่างกายของเตนล์ที่กำลังตอดรัดจนเค้าแทบจะสุขสม แผ่นหลังขาวเนียนขยับขึ้นลงตามจังหวะที่คนด้านบนกำลังกระทำ โจ๊กอดไม่ไหวโน้มตัวลงจูบสร้างรอยรักไปทั่วตามแนวกระดูกสันหลังที่สวยงาม อารมณ์ร้อนที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ไม่สามารถจะอ่อนโยนได้ถึงกลัวว่าเตนล์จะเจ็บ แต่ในตอนนี้เค้าควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว
" อื้ม เตนล์ครับ "
" แรงไปแล้ว อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ "
เอ่ยบอกคนด้านบนให้เบาแรงลงหน่อย เตนล์เสียวจนแทบขาดใจ มือบางขยำหมอนเพื่อระบายความรู้สึกนี้ออกไป โจ๊กจับเตนล์พลิกตัวนอนหงายอีกรอบ จับขาเตนล์เกี่ยวรอบเอวตนเองจากนั้นสวนสะโพกเข้าไปอีกครั้ง ผมสีน้ำตาลแผ่เต็มหมอนที่หนุน ใบหน้าผุดเหงื่อเม็ดเล็กภาพที่เห็นตอนนี้เค้าจะไม่ยอมให้ใครได้เห็นเป็นอันขาด กระแทกเน้นย้ำจุดกระสันจนเตนล์มิอาจทนความเสียววูบที่ท้องได้อีกต่อไป ปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นขึ้นเปรอะหน้าท้องของโจ๊กที่กำลังขยับตัวอย่างเร็วอยู่บนตัวของเตนล์ หลับตารับความรู้สึกที่อีกคนใส่แรงเข้ามาจนรู้สึกอุ่นวาบขึ้นในช่องทางจากความเสร็จสมของโจ๊ก
" เสร็จแล้วก็ออกไป "
" เตนล์ "
มือบางผลักคนด้านบนให้ลงไปจากตนเอง เตนล์คิดว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนับจากนี้ไปเค้าจะไม่มีวันยอมอีกเป็นอันขาด น้ำใสเอ่อล้นรอบดวงตาความน้อยใจพุ่งจู่โจมหัวใจเตนล์ คนเห็นแก่ตัวแบบนี้ทำไมเค้าถึงยังรักต่อไปได้
" บอกให้ออกไป "
" โจ๊กขอโอกาสครั้งสุดท้าย ครั้งนี้แค่ครั้งเดียว ต่อจากนี้ไป จะไม่มีวันทำให้เตนล์ต้องเสียน้ำตาอีก "
" ลุกออกไป "
" เตนล์ครับ โจ๊กสัญญาจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก ถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งโจ๊กจะออกไปจากชีวิตเตนล์เอง "
โจ๊กล้มตัวลงนอนด้านข้างเตน ล์พร้อมดึงคนตัวบางมากอดไว้ในอก อ้อนวอนร้องขอโอกาสเพียงครั้งเดียวโอกาสที่จะทำให้ตนเองได้กลับไปยืนข้างเตนล์อีกครั้ง
" ครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งสุดท้าย ถ้ามันมีอย่าหวังจะได้เห็นหน้ากัน "
" ขอบคุณนะครับ รับรองเลยว่าจะไม่มีอีกแล้ว "
" ปล่อยได้แล้ว จะอาบน้ำ "
" เจ็บมั้ยครับ โจ๊กขอโทษนะ "
เอ่ยขอโทษที่กระทำรุนแรงต่อคนตัวเล็ก จูบปลอบข้างขมับแผ่วเบาแทนคำขอโทษอีกครั้ง
" เจ็บ แต่ใจเจ็บกว่า ฮึก "
พูดออกมาทั้งน้ำตา รู้ดีว่าเหมือนคนโง่ที่ให้อภัยคนที่นอนกอดตัวเองอยู่ เพราะเตนล์รู้ดีว่า ในใจลึกๆแล้วรักโจ๊กมากแค่ไหน ถึงอยากจะตัดให้ขาดทั้งความสัมพันธ์และโอกาส แต่ก็ไม่อาจทำได้เค้าจึงลองเสี่ยงกับมันดูอีกครั้ง ถ้าให้ไปแล้วต้องกลับมาเจ็บอีก ครั้งต่อไปเค้าแค่ต้องกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น
" ขอโทษนะครับทุกเรื่องเลย จะไม่มีอีกแล้วให้โจ๊กอาบน้ำให้นะ "
" ไม่ต้อง "
" แค่อาบน้ำนะครับนะ ให้โจ๊กได้ดูแลเตนล์นะ "
" อื้อ งั้นก็อุ้มไปสิ "
เพราะคิดว่าจะลองทำตามใจตนซักครั้ง เตนล์จึงเผลออ้อนแบบที่เคยทำโจ๊กอมยิ้มจนแก้มทั้งสองข้างบุ๋มลงไป ช้อนตัวเตนล์พาเข้าห้องอาบน้ำไปชำระร่างกายพร้อมกัน เมื่อจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยจึงพากันเข้านอน ดึงตัวคนรักเข้ามากระชับกอด
" อย่ากอดแน่นซี่ เตนล์อึดอัด "
" รักเตนล์นะครับ "
" ถ้ารักก็อย่าทำให้เตนล์เสียใจอีก "
" สาบานเลยครับ "
" นอนได้แล้วเตนล์ง่วง "
" ฝันดีนะครับ ความรักของโจ๊ก "
จุมพิตที่หน้าผากมนแผ่วเบา จากนี้ไปเค้าจะไม่ทำให้คนในอ้อมกอดต้องเจ็บอีก ไม่ว่าจากตัวเค้าเองหรือจากสิ่งใดก็ตาม นับไปจากนี้จะปกป้องความรักให้อยู่กับเราทั้งสองคนไปตราบนานเท่านาน
The End :)
จงรักษาโอกาสของความรักเอาไว้ เพราะนี่มันอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้มัน
แด่ ความรักของแจเตนล์...
- ติชมได้ที่ #ฟิคสั้นวันฝนซา
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
Byloverain ☔️
@ 3 February 2018
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
-
* เตนล์ : เตนล์ คิม : คิมโดยอง * “ ฮึกกก ฮื่อออ ” “ เตนล์ร้องไห้ทำไม ” “ คิม ฮื่อออ ” “ เป็นอะไรครับไหนบอ...
-
DOJAETAEJOHN_TEN น้องเตนล์อยู่กับใครก็น่ารัก :) #ฟิคสั้นวันฝนซา และ ตอนพิเศษจากจอย Twitter : @_10lover...

